โบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ท่าแร่

อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ท่าแร่ และชุมชนคริสตชน ท่าแร่  “ท่าแร่” หรือ “ท่าแฮ่” ชื่อนี้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ในฐานะเป็นหมู่บ้านคาทอลิกที่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย โบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอลเป็นโบสถ์รูปทรงเรือเนื่องจากเพื่อเป็นการระลึกถึงการอพยพมาตั้งถิ่นฐานของคริสตชนในหมู่บ้านนี้

เดือนเมษายน ค.ศ. 1884 (พ.ศ.2427) คุณพ่อ โปรดม คุณพ่อซาเวียร์เกโก พระสงฆ์คณะมิสซัง ต่างประเทศแห่งกรุงปารีส และครูทัน ครูเณรชาวเวียดนาม ได้เดินทางจากอุบลราชธานี มานครพนม และตั้งกลุ่มคริสตชนที่นั่น เดือนมิถุนายน ค.ศ.1884 คุณพ่อโปรดม และ ครูทัน เดินทางไปสกลนคร เพื่อเยี่ยมคริสตชนที่มาจาก เวียดนาม พร้อมสอนคำสอนแก่พวกเขาด้วย เดือนสิงหาคม ค.ศ. 1884 คุณพ่อโปรดม และ คุณพ่อซาเวียร์ เกโก ได้เปิดศูนย์คาทอลิกสกลนคร ซึ่งเป็นโรงสวดชั่วคราวระหว่างหนองหารกับตัวเมือง และในวันที่ 8 กันยายน 1884 ได้โปรดศีลล้างบาปแก่คริสตชนกลุ่มแรกที่นี่ด้วย คุณพ่อโปรดมได้มอบหมาย ให้คุณพ่อโกเก และครูทัน ดูแลคริสตชนกลุ่มนี้ ส่วนท่านเดินทางกลับอุบลราชธานี ผู้สมัครเป็นคริสตชนส่วนมาก เป็นชาวเวียดนามที่ได้รับการปลดปล่อยจากการเกณฑ์ แรงงาน และคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผีปอบ ต่อมาเมื่อ มีจำนวนมากขึ้น จึงเป็นความยากลำบากในการจัดหา ที่ดินเพื่อพักอาศัย และเพื่อทำกินในเขตตัวเมืองสกลนคร ประจวบกับพวกเขาถูกกลั่นแกล้งอย่างต่อ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ บางคน จึงมีความคิดที่จะหาทำเลใหม่ในการตั้งหมู่บ้านคริสตชนขึ้นต่างหาก

เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1884 (พ.ศ.2427) คุณพ่อ ซาเวียร์ เกโก และครูทัน ได้ตัดสินใจอพยพย้ายกลุ่มคริสตชนกลุ่มแรกประมาณ 150 คน (20 ครอบครัว) ซึ่งเป็นทั้งชาวเวียดนามและชาวพื้นเมือง ชาวพื้นเมือง ส่วนมากเป็นทาสที่ได้รับการไถให้เป็นอิสระ) ออกจาก ตัวเมืองสกลนครข้ามทะเลสาบหนองหารไปสู่ดินแดน แห่งใหม่ โดยจัดทำแพใหญ่ทำด้วยเรือเล็ก และไม้ไผ่ ผูกติดกันบรรทุกทั้งคน และสัมภาระลงแพ ใช้ผ้าห่มและ ผืนผ้าจึงแทนใบให้ลมพัดไปในทิศทางที่พระเจ้าทรง พระประสงค์ ที่สุด พวกเขาสามารถข้ามไปยังอีกฟากหนึ่ง ของหนองหารและตั้งหลักแหล่งที่นั่น

ชีวประวัติ

คุณพ่อยอแซฟ กอมปูริเออ

คุณพ่อยอแซฟ กอมปูริเออ เจ้าอาวาสองค์แรก คุณพ่อยอแซฟ กอมปูริเออ เป็นพระสงฆ์คณะมิสชังต่างประเทศ แห่งกรุงปารีส รับศีลบวชเมื่อวันที่ 20 กันยายน ค.ศ.1884 และได้ เดินทางมาถึงท่าแร่ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 1885 (พ.ศ.2428)ขณะนั้นกลุ่มคริสตชนที่ท่าแร่ตั้งได้ ประมาณ 7 เดือนมีคริสตชน 147 คน และผู้สมัครเรียน คำสอนมีจำนวน 692 คุณพ่อโปรดมได้แต่งตั้งคุณพ่อ ยอแซฟ กอมบูริเออ เป็นเจ้าอาวาสองค์แรกด้วย วัยแค่ 23 ปีเท่านั้น

คุณพ่อยอแซฟ กอมบูริเออ เป็นเจ้าอาวาส วัดท่าแร่จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 1937(2480) จึงได้ ลาออกจากตำแหน่ง ตลอดระยะเวลาที่เป็นเจ้าอาวาส นานถึง 52 ปี 7 เดือนนั้น คุณพ่อได้ทุ่มเท เอาใจใส่ดูชาวท่าแร่ให้ก้าวหน้า และมั่นคงในความเชื่อต่อพระเจ้า อย่างเต็มความสามารถ และได้สร้างคุณประโยชน์ มากมายสำหรับชาวท่าแร่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เช่น การจัดตั้งโรงเรียนมหาพรหมมีคาแอลเพื่อส่งเสริมการ ศึกษา จัดตั้งคณะภคินีรักกางเขนแห่งท่าแร่ เพื่อช่วย พระสงฆ์ในการอภิบาลสัตบุรุษ

ค.ศ. 1938 หลังจากได้ลาออกจากตําแหน่ง เจ้าอาวาสวัดท่าแร่แล้ว คุณพ่อยอแซฟ กอมบูริเออ ได้รับหน้าที่เป็นจิตตาธิการภคินีรักกางเขนแห่งท่าแร่ ซึ่งคุณพ่อได้ก่อตั้งขึ้นจนถึงเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1939 (พ.ศ.2482)คุณพ่อได้ล้มป่วยลง และได้ถวายดวงวิญญาณ คืนแด่พระเจ้าเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 1939 (พ.ศ.2482) ขณะอายุได้ 78 ปี คุณพ่ออยู่ในความทรงจําของพี่น้อง สัตบุรุษชาวท่าแร่ตราบนานเท่านาน

ระฆังประวัติศาสตร์

ในต้นปี ค.ศ. 2000 ปรากฏว่าระฆังใบใหญ่ที่สุด ในจํานวน 3 ใบของอาสนวิหาร ได้แตกร้าวเพราะ
กาลเวลาที่ผ่านมา อ่านอักษรจารึกที่ระฆัง ด้วยภาษาลาติน ฝรั่งเศสและภาษาไทยวัด (คือ เขียนคําไทยด้วยอักษรลาติน) บอกปี ค.ศ.ว่า 1926

ในสมัยพระสันตะปาปา บีโอ ที่ 11
พระสังฆราชแกวง เป็นประมุขมิสซัง และคุณพ่อยอแซฟ กอมบูรีเออ เจ้าอาวาส บรรดาพี่น้องสัตบุรุษ ได้พยายามรวบรวมปัจจัย เพื่อซื้อระฆังใบใหม่ เป็นเวลา 1 ปี 9 เดือน จนสามารถได้ระฆังใบใหม่จากบริษัทเดียวกันที่ประเทศฝรั่งเศส ในขนาดและเสียงเดียวกัน ทางวัดได้นําระฆัง ใบใหม่ขึ้นไปติดตั้งบนหอระฆังเคียงข้างกับระฆังเดิมอีก 2 ใบเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 2002 ในโอกาสฉลองวัด ส่วนระฆังใบเดิมที่แตกร้าวได้นํามาตั้งไว้ ณ ที่นี้เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความเชื่อศรัทธา และความมานะพยายามของบรรดาธรรมทูต ของบรรพบุรุษและของชาวท่าแร่ทั้งปวงในปัจจุบัน

ภาพบรรยากาศอาสนิหารอัครเทวดามีคาแอล

ภาพบรรยากาศ อาคาร ยอเซฟ กอมบูริเออ

ภาพบรรยากาศพิพิธภัณฑ์ อัครเทวดามีคาแอล

ภาพประติมากรรม

การเดินทาง โบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ท่าแร่

ทางหลวงแผ่นดินสาย 22 อุดรธานี-นครพนม  หลักกิโลเมตรที่ 169-170  ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองสกลนคร ห่างจากตัวเมืองโดยทาง รถยนต์ประมาณ 21 กิโลเมตร  เมื่อมาถึงท่าแร่ให้สังเกต โบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล