ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับหมู่บ้านพันนา

ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน

บ้านพันนา มีประวัติความเป็นมายาวนาน คนกลุ่มแรกที่คาดว่าเป็นผู้บุกเบิกก่อตั้งมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยพระวอ พระตา และเหล่าทหารที่เดินทางรอนแรมมาเพื่อหาแหล่งทำมาหากินที่อุดมสมบูรณ์ พอมาถึงบ้านเชียงจังหวัดอุดรธานีพระวอพระตาจึงตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณนั้นส่วนทหารที่ตามขบวนมานำโดยนายพรานนา ได้แยกตัวมาทางทิศตะวันออกและพบแหล่งพืชพันธุ์ธัญญาหารแหล่งน้ำและป่าที่อุดมสมบูรณ์ จึงตั้งหลักแหล่งอยู่บ้านผ้าขาวพันนา ความอุดมสมบูรณ์ของบ้านพันนานั้น เปรียบได้ดังนี้ “บ้านผ้าขาวพันนา หัวปลาเฮ็ดก้อนเส้า ข้าวเก่าเอาใส่หม่อน” หมายถึง ในน้ำมีปลาชุกชุม ปลามีตัวขนาดใหญ่จนสามารถนำหัวปลาที่เหลือกินแล้วมาทำเป็นที่ตั้งหม้อ (ก้อนเส้า) ข้าวในนาก็อุดมสมบูรณ์ ในยุ้งฉางมีข้าวเก็บไว้รับประทานอย่างล้นเหลือ จนถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวใหม่ ข้าวเก่าในปีที่ผ่านมายังรับประทานไม่หมดจึงนำไปเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงตัวหม่อนเพื่อนำเส้นใยไปถักทอเป็นเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม  ปัจจุบันบ้านพันนา ได้แยกการปกครองออกเป็น 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านพันนา หมู่ที่ 1, บ้านพันนาใต้ หมู่ที่ 10,และบ้านพันนานคร หมู่ที่ 12 บ้านพันนาเป็นหมู่บ้านที่เคยเป็นที่ตั้งของบ้านเขมรหรือขอม ซึ่งมีโบราณสถานปรากฏชัดแจ้ง คือ กู่พันนา หรือ ปราสาทขอม ตั้งอยู่คู่หมู่บ้านมากกว่า 800 ปี มีศิลปวัฒนธรรมประเพณีที่ยิ่งใหญ่

ที่ตั้งของหมู่บ้าน

บ้านพันนา หมู่ที่ 1 ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดสกลนคร ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 84 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 4,970 ไร่

อาณาเขตของหมู่บ้าน

ทิศเหนือ จด บ้านคันชา ตำบลธาตุทอง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร
ทิศใต้ จด บ้านคำตานา ตำบลพันนา อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร
ทิศตะวันออก จด บ้านโมน ตำบลพันนา อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร
ทิศตะวันตก จด บ้านม้า ตำบลทรายมูล อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร

ลักษณะภูมิประเทศของหมู่บ้าน

บ้านพันนามีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ลุ่ม ล้อมรอบด้วยทุ่งนาข้าวและแหล่งเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง เช่น ข้าวโพด ส่วนที่ดอนนั้นปัจจุบันสภาพป่าชมชนไม่มีเหลืออยู่ จะมีแต่ป่าเศรษฐกิจ เช่น ยางพารา เป็นต้น

การคมนาคม

บ้านพันนาเป็นหมู่บ้านที่มีความสะดวกในการติดต่อคมนาคม ระหว่างอำเภอถึงตำบล ด้วยถนสายเอเชีย 22 (สกลนคร – อุดรธานี) ระยะทาง 13 กิโลเมตร และมีถนนลาดยางเชื่อมระหว่างหมู่บ้านทั้งสิ้น 11 หมู่บ้าน ยกเว้นบ้านถ่อน หมู่ที่ 3

แหล่งน้ำ

บ้านพันนามีแหล่งน้ำใช้ ดังนี้ บ่อน้ำใช้ 51 แห่ง บ่อน้ำตื้น 2 แห่ง แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ได้แก่ห้วยยาม บึงคำอ้อ หนองบัว และ หนองหัววัด

ทรัพยากรธรรมชาติ

บ้านพันนามีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต และได้มีการบำรุงรักษา หวงแหนทรัพยากรที่เป็นสมบัติของชุมชน มาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการแบ่งปันทรัพยากรเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและทั่วถึงของคนในชุมชน เช่น การจัดการน้ำ ทั้งน้ำดื่ม น้ำใช้ และน้ำเพื่อการเกษตร และการจัดการป่าชุมชน เป็นต้น

การศึกษา

บ้านพันนามีโรงเรียนขยายโอกาส และ โรงเรียนระดับประถมศึกษา 1 แห่ง  “โรงเรียนบ้านพันนา” ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2500 มีครู 9 คน นักเรียน 96 คน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 1 แห่ง จัดตั้งโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอสว่างแดนดิน ในปี พ.ศ. 2536 ปัจจุบันถ่ายโอนกิจกรรมให้เทศบาลตำบลพันนา มีเด็กเล็ก 50 คน มีผู้ดูแลเด็ก 2 คน

สาธารณสุข

มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนตำบลพันนา ตั้งอยู่ที่ บ้านพันนา หมู่ที่ 1 ตำบลพันนา ให้บริการด้านสาธารณสุขมูลฐานในระดับตำบล ทั้ง 12 หมู่บ้านในตำบลพันนา มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จำนวน 3 คน อาสาสมัครสาธารณสุข จำนวน 120 คน

จำนวนประชากร และจำนวนครัวเรือน

บ้านพันนา จำนวนครัวเรือน 180 ครัวเรือน ประชากร ชาย 351 คน หญิง 363 คน รวม 714 คน

รายได้เฉลี่ย

จากการสำรวจข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานระดับครัวเรือน (จปฐ.) ปี 2561 พบว่า ชาวบ้านพันนามีรายได้เฉลี่ย 53,691.04 บาทต่อคนต่อปี

ข้อมูลของผู้นำชุมชน/การบริหาร

นายสุรสิทธิ์  รักษาแก้ว ดำรงตำแหน่ง ระหว่างปี  2555 – ปัจจุบัน

ข้อมูลกลุ่มองค์กรชุมชน/ปราชญ์ชาวบ้าน

คณะกรรมการพัฒนาสตรีหมู่บ้าน จำนวน 38 คน ได้แก่
นางจันทร์ หอมสร้อย ตำแหน่ง ประธานกรรมการ
นางประทุมวัน ดวงใจ ตำแหน่ง รองประธานกรรมการ
นางจริยา จันมาเมือง ตำแหน่ง เลขานุการ
นางผ่องศรี ใจปัดชา ตำแหน่ง เหรัญญิก

คณะกรรมการเยาวชนหมู่บ้าน จำนวน 15 คน ได้แก่
นายพรชัย เคนสีลา ตำแหน่ง ประธานกรรมการ
นางสาวหนึ่งฤทัย ใจปัดชา ตำแหน่ง รองประธานกรรมการ
นางสาวอรวรรณ อินทะวงศ์ ตำแหน่ง เลขานุการ
นายวรวิทย์ แจ่มจันทร์ ตำแหน่ง เหรัญญิก

คณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จำนวน 145 คน
นายเฉลิมพล ดวงใจ ตำแหน่ง ประธานกรรมการ
นายสมยศ คำตานิตย์ ตำแหน่ง รองประธานกรรมการ
นางเพชรนิน ใจปัดชา ตำแหน่ง เลขานุการ
นายชาติชาย ละครคิด ตำแหน่ง เหรัญญิก

ประเพณีวัฒนธรรมหมู่บ้านพันนา

บ้านพันนา หมู่ที่ 1 เป็นหมู่บ้านที่มีประเพณี วัฒนธรรมที่ยาวนาน สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน ปรากฎหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุ ที่แตกต่างจากหมู่บ้านอื่น ๆ ในตำบลเดียวกัน ได้แก่ ปราสาทขอม ศิวลึงค์ และมีการขุดพบเครื่องปั้นดินเผา ลายเขียนสี ห่วงคอ กำไลสัมฤทธิ์ในยุคแห่งวัฒนธรรมบ้านเชียง มีประเพณีบุญข้าวจี่ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีภาษาพูดที่ชาวบ้านเรียกว่าภาษา “ศรีภูมิ” วิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านมีความผูกพัน พึ่งพาอาศัยกัน ปฏิบัติต่อกันในชุมชนอย่างจริงใจและมีคุณค่า สืบสานวัฒนธรรมอันดีงามตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน ดังคำขวัญของบ้านพันนาทั้งสามหมู่บ้าน ดังนี้

“ ปราสาทขอมพันปี ศรีภูมิเผ่าภาษา ปู่ตาผู้ทรงธรรม
แม่นางคำเจ้าหอ บึงคำอ้อน้ำใส งามฝ้ายไหมมัดหมี่
ปั้นข้าวจี่มหึมา ตื่นตาศิวลึงค์ สาวสวยซึ้งถิ่นพันนา”

การแต่งกาย แต่งกายด้วยเสื้อผ้าฝ้ายของชนเผ่าลาวอีสาน

ภาษา ชาวพันนาเป็นสังคมแบบโบราณ มีภาษาพูดที่โดดเด่น แตกต่างจากหมู่บ้านอื่น ๆ เรียกว่า “ภาษาศรีภูมิ”

อาหาร เป็นอาหารพื้นถิ่นทั่วไป เช่น ข้าวเหนียว ปลา ไก่ ผักพื้นบ้าน

ที่อยู่อาศัย  อาศัยในชมชน 3 หมู่บ้าน ประชากรและครัวเรือนค่อนข้างหนาแน่น

วัฒนธรรมประเพณี นับถือศาสนาพุทธทุกครัวเรือน เป็นหมู่บ้านที่มีประเพณีวัฒนธรรมที่ยาวนาน สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน

ประเพณีและความเชื่อตามหลักพุทธศาสนา

บุญเข้ากรรม

เดือนอ้าย

คือการปฏิบัติธรรมปริวาสกรรม ส่วนการดำเนินชีวิตในวิถีชนบทในห้วงเดือนอ้ายชาวบ้านจะเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วจะนวดข้าวหรือตีข้าวเพื่อเก็บไว้ในยุ้งฉาง นอกจากนั้นก็จะถนอมอาหารไว้รับประทานในฤดูแล้ง เช่น ทำปลาร้า ส่วนการละเล่นจะเป็นการเล่นว่าว

บุญคูณลาน

เดือนยี่

เมื่อชาวบ้านเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จจะนำข้าวมาเก็บไว้ในยุ้งฉาง และในการนี้จะทำพิธีขอขมาพระแม่โพสพโดยการทำบุญข้าวเพื่อสื่อสารบอกถึงความเคารพในผู้มีพระคุณในการทำนาข้าว มีข้าวไว้บริโภคอย่างอุดมสมบูรณ์ในทุก ๆ ปี

บุญข้าวจี่

เดือนสาม

ซึ่งจะทำบุญข้าวจี่ในวันเพ็ญขึ้น 15 เดือนสามของทุกปี นอกจากนี้จะทำบุญเลี้ยงผีตาแฮกเพื่อขอขมาและแสดงความเคารพนับถือ

บุญผะเหวด

เดือนสี่

จะทำบุญผะเหวดในเดือนสี่โดยทำพิธีอันเชิญพระเวสสันดรเข้าเมือง จะนิมนต์พระเทศมหาชาติชาดกจนครบ 13 กัณฑ์ จึงแห่แหนองค์พระเวสสันดรพร้อมนางมัทรีและบุตรธิดา (กัณหาและชารี) เข้าเมือง

บุญสงกรานต์ หรือบุญเนา

เดือนห้า

จะนำพระพุทธรูปลงมาทำพิธีสรงน้ำ ซึ่งปรุงเครื่องเครื่องหอม ก่อเจดีย์ทรายในบริเวณวัด และนอกจากนี้ยังมีการรดน้ำดำหัว เพื่อเคารพผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน

บุญบั้งไฟ

เดือนหก

เป็นประเพณีความเชื่อว่าถ้าเดือนหกต้องจุดบั้งไฟขึ้นฟ้า เพื่อขอฝนให้ตกลงมา เพราะฤดูกาลทำนาเวียนมาบรรจบอีกครั้ง

บุญชำฮะ

เดือนเจ็ด

เป็นประเพณีความเชื่อว่าต้องเลี้ยงผีตาแฮก เพื่อขอขมาและบอกกล่าวให้ช่วยดูแลข้าว ดูแลบุตรหลาน ในฤดูกาลทำนาที่เวียนมาถึงอีกครั้ง

บุญเข้าพรรษา

เดือนแปด

เมื่อพระสงฆ์จะเข้าพรรษา ชาวบ้านจะนำต้นเทียนและผ้าอาบน้ำฝนไปถวาย และทำพิธีทางศาสนาโดยผู้เฒ่าในหมู่บ้านและผู้ที่ปวารณาตนเองจะเข้าวัดจำศีลทุกวันพระตลอดจนออกพรรษา

บุญข้าวประดับดิน

เดือนเก้า

เป็นประเพณีการทำห่อข้าวทั้งเครื่องคาวหวานใส่ถาดใบตอง ไปวางไว้ในบริเวณวัดหรือทางเข้าออกหมู่บ้าน เพื่อให้ผีทั่วไปได้รับประทาน

บุญข้าวสาก

เดือนสิบ

คือการทำห่อข้าวดำห่อข้าวแดง เพื่อเลี้ยงผี และปล่อยผี

บุญออกพรรษา

เดือนสิบเอ็ด

จะเข้าวัดเวียนเทียน และฟั่นฝ้ายตีนกาพญากาเผือก

บุญกฐิน

เดือนสิบสอง

จะเป็นมหาบุญที่ชาวบ้านให้ความสำคัญเป็นพิเศษซึ่งครัวเรือนใดหรือวัดใดจะทำบุญนี้ได้ต้องปักจององค์กฐินล่วงหน้าเป็นปี ส่วนมากครัวเรือนที่จององค์กฐินจะนิยมทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้แก่ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว บุญกฐินนี้จะเป็นทั้งกฐินสามัคคี คือบุฐกฐินที่ทำร่วมกันทั้งหมู่บ้านหรือบุญกฐินส่วนตัวก็ได้ นอกจากนี้ยังมีบุญลอยกระทงเพื่อขอขมาพระแม่คงคาและงานประเพณีรื่นเริงตลอดจนถึงเดือนสี่ในปีถัดไป