วัดถ้ำพวง ศาสนสถานสังเวชนียสถาน 4 ตำบล

วัดอภัยดํารงธรรม หรือวัดถ้ำพวง และพิพิธภัณฑ์อาจารย์วัน อุตตโม สร้างเป็นรูปทรงจตุรมุข 2 ชั้น ประดับด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ชั้นล่างตกแต่งเป็นห้องแสดงภาพวาดเกี่ยวกับประวัติของพระอาจารย์ตั้งแต่เกิด ส่วนชั้นบนมีรูปปั้นของท่านในท่านั่งขัดสมาธิ พร้อมเครื่องสักการบูชา ที่ตกแต่งสวยงาม และตู้กระจกแสดงเครื่องอัฐบริขารของท่าน บริเวณใกล้เคียงกันมีถ้ำพวงซึ่งเป็น ที่ประดิษฐานพระมุจรินทร์องค์ใหญ่

พิพิธภัณธ์อัฐบริขารพระอุดมสังวรวิสุทธิเถรพระอาจารย์ วัน อุตฺตโม พ.ศ. 2531

การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 22 (สกลนคร-อุดรธานี) ระยะทางประมาณ 84 กม. ถึงอําเภอสว่างแดนดินเลี้ยวซ้ายเข้าอําเภอส่องดาวไปถึงวงเวียนอนุสาวรีย์พระเวสสันดร แล้วเลี้ยวขวาไปวัดถ้ำอภัยดํารงธรรมประมาณ 5 กม.

เดิมที่ราว พ.ศ. 2504 พระอาจารย์วัน อุตฺตโม ได้เริ่มก่อตั้งวัดถ้ำอภัยดำรงธรรมแลจำพรรษาอยู่ ณ วัดแห่งนี้ จนมีพระภิกษุสามเณรเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ใน ปี พ.ศ. 2514 ท่านพระอาจารย์วัน อุตฺตโม ได้นำคณะศิษยานุศิษย์ร่วมกันสร้างถนนขึ้นสู่ยอดเขาภูพาเหล็กซึ่งมีถ้ำอีกแห่งหนึ่งมีชื่อว่า “ถ้ำพวง” ด้วยความ สามัคคีพร้อมเพรียงแห่งแรงศรัทธา ได้ร่วมกันสร้างถนนจนเสร็จเรียบร้อยเป็นระยะทางรวมทั้งสิ้น 5 กิโลเมตร พร้อมทั้งได้สร้างวัดขึ้นด้วยคือ “วัดถ้ำพวง” บนยอดเขาภูพาเหล็ก (เป็นส่วนหนึ่งของวัดถ้ำอภัยดำรงธรรม) แต่ชาวบ้านโดยทั่วไปมักชอบเรียกว่า “วัดถ้ำพวง” จากนั้นได้สร้างอาคารเสนาสนะ และได้สร้างพระพุทธรูป ปางนาคปรกหน้าตักกว้าง 5 เมตร ไว้ ณ ถ้ำพวง นามว่า “พระมงคลมุจลินท์” พร้อมทั้งได้สร้างวิหารครอบองค์พระพุทธรูปเป็นที่เรียบร้อยในเวลาต่อมา เมื่อท่านพระอาจารย์วัน อุตฺตโม ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2523 ด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่ตำบลคลองหลวง อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เจ้าคณะจังหวัดสกลนคร (ธ)ได้แต่งตั้งพระอธิการหลอ นาถกโร เป็นเจ้าอาวาสวัดถ้ำอภัยดำรงธรรม สืบแทนตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2523 เป็นต้นมา จนได้เลื่อน สมณศักดิ์ เป็น “พระครูอุดมญาณโสภณ” จนถึงปัจจุบัน ท่านได้ทำนุบำรุงและพัฒนาวัดถ้ำพวงจนเป็นที่รู้จัก ของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป

ชีวประวัติ

พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร (พระอาจารย์วัน อุตฺตโม)

พระอาจารย์วัน อุตตโม เกิดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ.2465 ที่บ้านตาลโกน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เป็นบุตรของนายแหลม นางจันทร์ สีลารักษ์ บิดามารดาถึงแก่กรรมตั้งแต่ยังเล็ก ได้ศึกษาเล่าเรียนจนจบประถมปีที่ 4 เมื่ออายุได้ 15 ปี บวชเป็นสามเณรที่วัดศรีบุญเรือง ตำบลพันนา อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ต่อมาได้ศึกษาทางฝ่ายปริยัติธรรมที่วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2485 ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดสร่างโศก อำเภอโสธร จังหวัดอุบลราชธานี

พ.ศ. 2488 ได้จำพรรษาอยู่ร่วมกับพระอาจารย์มั่น ที่วัดภูริทัตถิระวาส บ้านหนองผือ อำเภอพรรณนานิคม จังหวะสกลนคร และได้อยู่อุปัฏฐากพระอาจารย์มั่น จนถึงวันมรณภาพ และฌาปกิจเสร็จ รวมเวลา 5ปี

วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2520 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาพระอาจารย์วัน อุตตโม ขึ้นทางสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะที่พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร เป็นกรณีพิเศษ

วันที่ 27 เมษายน พ.ศ.2523 ได้มรณภาพโดยเครื่องบินประสบอุบัติเหตุตกลงที่ท้องนาในเขตอภเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

สังเวชนียสถาน 4 ตำบล อันประกอบด้วย

1. สถานที่ที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือ อุทยานลุมพินี
2. สถานที่ที่ระพุทธเจ้าตรัสรู้ คือ ที่ควงไม้โพธิ์ พุทธคยา
3. สถานที่ที่แสดงปฐมเทศนา คือ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี
4. สถานที่ที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน คือ ที่สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา

โดยสังเวชนียสถานทั้ง 4 นี้ได้ถูกจำลองมาจากประเทศอินเดีย มีเพียงแห่งเดียวในอีสาน

สถานที่ที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือ อุทยานลุมพินี

สถานที่ที่ระพุทธเจ้าตรัสรู้ คือ ที่ควงไม้โพธิ์ พุทธคยา

สถานที่ที่แสดงปฐมเทศนา คือ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี

ความเป็นมาในการสร้างเจดีย์ปฐมเทศนา

โดยเริ่มต้นจากวันที่ 22 มกราคม 2544 พิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2544 โดยมีพระเดชพระคุณ พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ) เป็นประธาน จากนั้นได้ก่อสร้างไปเรื่อย ๆ โดยขนาดความยาว 19 เมตร ความสูง 15 เมตร ใช้เวลาการก่อสร้าง 1 ปีเศษ สิ้นงบประมาณในการก่อสร้าง 2,856,751 บาท (สองล้านแปดแสนห้าหมื่นหกพันเจ็ดร้อยห้าสิบเอ็ดบาทถ้วน) สร้างเสร็จ 16 ตุลาคม 2545

ความเป็นมาพระเจดีย์แสดงปฐมเทศนา

พระองค์โปรดปัญจวัคคีย์ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสีตรงกับขึ้น 14 ค่ำเดือน 8 ท่านที่เคยพำนักปรนนิบัติพระองค์ในสมัยทรมานตนพอรุ่งเช้าวันขึ้น 15 ค่ำ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ว่าการลุ่มหลงในกามสุข การทรมานตนเป็นของไร้ประโยชน์ไม่ใช่ทางไปสู่ความพ้นทุกข์ จากนั้นทรงแสดงแนวทางไปสู่สายกลาง ซึ่งเรียกว่าอริยสัจสี่ ในขณะฟังธรรมอยู่นั้นนักบวชโกณทัญญะก็ได้ดวงตาเห็นธรรม ว่าสิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดขึ้น สิ่งนั้นย่อมมีความดับเป็นธรรมดา เมื่อจบพระธัมมจักกัปปวัตนสูตร ก็เกิดอัศจรรย์บันดาลหมื่นโลกธาตุหวั่นไหวครั้งนั้น หมู่พรหมทั้ง 18 โกฏิ มีพระอัญญาโกนทัณญะเป็นประธาน ก็ประดิษฐานพระโสดาปัตติผลในพระพุทธศาสนา ลำดับนั้นพระพุทธองค์ทรงเปล่งอุทานว่า  “อัญญาสิวตโภ โกณฑัญโญ โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ” เป็นวันพระสงฆ์เกิดขึ้นในโลก และเป็นวันที่ครบ รัตนสาม คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ (บัดนี้เรียกว่า ตำบลสารนาด)

ชาดกเรื่องพระยากวางทอง

ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพระเจ้าพรหมทัตต์ครองราชสมบัติอยู่เมือง พาราณสี พระองค์มีความประสงค์จะกินเนื้อกวางอยู่เป็นประจำจึงสั่งให้นายพราน ไปไล่ฝูงกวางมาขังไว้ บริเวณป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ในขณะเดียวกันพระพุทธเจ้าของเรา เสวยพระโพธิสัตว์เป็นหัวหน้ากวาง ที่เรียกว่า พระยากวางทองและหัวหน้ากวางเทวทัตต์ เป็นสหายกัน ต่างฝ่ายมีบริวารฝ่ายละ 500 ตัว ต่างก็ผลัดกันไปให้นายพรานฆ่าไปถวายพระราชา วันละ 1 ตัว ต่อมาถึงคิวนางกวางท้องแก่ ลูกน้องพระยากวางเทวทัตต์ ไปขอร้องนายผลัดเปลี่ยนเมื่อคลอดบุตรแล้ว จึงค่อยไปตามคิวแต่หัวหน้ากวางเทวทัตต์ไม่ยอม นางจึงไปขอร้องพระยากวางทอง เมื่อรับทราบแล้วก็อาสาไปให้นายพรานฆ่าไปถวายพระราชา พอถึงเวลาตอนเช้านายพรานก็มาตามเคยแต่พอเห็นพระยากวางทอง ก็ร้องถามว่า มาอยู่ทำไม เรามาตายเพื่อนางกวางท้องแก่เขา เธอจงทำไปตามหน้าที่เถิด นาย พรานได้กลับไปเล่าความเป็นมาให้พระราชาฟัง พระราชาเกิดความสังเวชสั่งให้นายพรานไปปล่อยฝูงกวางไปหากินตามอิสระ

สถานที่ที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน คือ ที่สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา

ความเป็นมาในการก่อสร้างพระเจดีย์ปรินิพพาน

โดยเริ่มต้นจากวันที่ 11 มกราคม 2545 ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์เมือ วันที่ 27 เมษายน โดยมี คุณเสริม เหวียนระวี และมีพระเดชพระคุณ พระเทพญาณวิศิษฐ์ วัดพระราม 9 กรุงเทพมหานครฯ เป็นประธาน จากนั้นได้ทำการก่อสร้างไปเรื่อย ๆ โดยความกว้าง 18 เมตร ความยาว 24 เมตร ความสูง 13 เมตร พิธีถวายวันที่ 22 พฤศจิกายน โดยมี พระเดชพระคุณพระพรหมมุนี วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นองค์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุในองค์พระปรินิพพาน สิ้นงบประมาณในการก่อสร้าง 6,404,057 บาท (หกล้านสี่แสนหนึ่งหมื่นสี่พันหนึ่งร้อยห้าสิบเจ็ดบาทถ้วน) สร้างเสร็จ 22 เมษายน 2546 (คุณเสริม เหวียนระวี และครอบครัว)

ความเป็นมาพระเจดีย์ปรินิพพาน

เหตุที่พระพุทธองค์ เลือกเมืองกุสินาราเป็ ที่ปรินิพพานมีเหตุ 3 ประการคือ

1. พระองค์จะได้แสดงธรรมเรื่องมหาสุทัสสนสูตร ผู้คนทั้งหลายจะมีความเชื่อผลทานการกุศล

2. สุภัททะปริพาชก จะเข้าถามปัญหาเมื่อพระตถาคตวิสัชนาจบก็จะขอ บรรพชาอุปสมบท จะได้บรรลุอรหัตผล ชื่อว่าปัจฉิมสาวกองค์สุดท้าย

3. โกณฑัญญะพราหมณ์จักได้ห้ามปรามระงับความยุทธวิวาท และจะได้แจกพระสารีริกธาตุแก่กษัตริย์ทั้งปวง

จากนั้นพระพุทธองค์พร้อมคณะสงฆ์หมู่ใหญ่เสด็จเข้าสู่สาลวโนยาน คือพระอุทยานสพรั่งด้วยต้นสาละ รับสั่งให้อานนท์ จัดแท่นบรรทม จากนั้นพระอานนท์กราบทูลว่าต่อไปนี้จะให้พวกข้าพระองค์ทั้งหลายไปกราบสถานที่แห่งใดพระเจ้าข้า อานนท์จงพากันกราบสถานที่ทั้ง 4 คือลุมพินีวันสถาน โพธิ์มณฆลสถาน สถานที่แสดงปฐมเทศนาเป็นครั้งแรก และสถานที่เราจะปรินิพพานกุสินารานครนี้ อานนท์จะเป็นมหากุศลแก่พวกเธอ จากนั้นพระพุทธองค์ทรงมอบธรรมวินัยเป็นที่พึ่งของคณะสงฆ์อานนท์พึงประกาศให้ทราบโดยทั่วหน้ากัน ธรรมวินัยอันใดที่เราประกาศแล้วขอให้เอาธรรมวินัยนั้นแทนเรา ต่อไป เธอทั้งหลายจงมีธรรมวินัยเป็นที่พึ่งเถิด อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งเลย ภิกษุทั้งหลายบัดนี้เป็นวาระสุดท้ายแห่งเราแล้ว เราขอเตือนท่านทั้งหลายให้จำมั่นไว้ว่า สิ่งทั้งปวงมีความเสื่อมและความสิ้นเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงอยู่ในความไม่ประมาทเกิด จากนั้นสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระภาคเจ้ามีพระกายสงบ หลับพระเนตรสนิท ที่เรียกว่าเสด็จดับขันธ์เข้าสู่พระปรินิพพาน อันเป็นนิรันดร์ ตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 สิริพระชนมายุครบ 80 ปี (บัดนี้เรียกว่า ตำบลกาเชีย)

การเดินทาง วัดถ้ำอภัยดำรงธรรมหรือถ้ำวัดพวง (พิพิธภัณฑ์อาจารย์วัน อุตตโม)

การเดินทาง ใช้เส้นทาง สายสกลนคร-อุดรธานี เส้นทางหลวงหมายเลข 22 ระยะทางประมาณ 84 กิโลเมตร ก็จะถึงอำเภอสว่างแดนดิน เลี้ยวซ้ายผ่านอำเภอส่องดาวไปถึงวงเวียนอนุสาวรีย์พระเวสสันดร ระยะทางอีกประมาณ 27 กิโลเมตร จากอนุสาวรีย์หากแยกขวาจะไปวัดถ้ำอภัยดำรงธรรม