มหัศจรรย์ ปราสาทผึ้ง 2560

งานประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง “ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดสกลนคร ประจำปี 2560 2-5 ตุลาคม 2560 วารสารเทศบาลนครสกลนคร เอกสารเผยแพร่ ปีที่ 13 ฉบับที่ 4 เดือน ตุลาคม 2560 www.sakoncity.go.th

ตามไปดูแห่ปราสาทผึ้งสกลนคร
ชีวิตจริงอิงนิยาย เรื่องสั้นในฉบับ โดย “ตะวันเดี่ยว (ต.ค.60)

พระสงฆ์สาวกพระบรมศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อได้ปวารณาจำพรรษาที่วัดจนครบถ้วนไตรมาสแล้ว วันสำคัญ วันออก พรรษาขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม 2560 บรรดาชาวพุทธทั้งหลาย ทั้งพระทั้งคน ต่างก็พากันรอคอยวันนี้ กันทั้งนั้น

วันที่เราจะได้ตักบาตรกับพระสงฆ์ ผู้บำเพ็ญเพียรภาวนามาตลอดพรรษา เราเชื่อกันว่าจะได้บุญได้กุศลเป็นอย่างยิ่ง ความจริงแล้ว ออกพรรษาปีนี้ผมไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับ ปริทัตต์ เพื่อนผมสักเท่าไรดอก เพราะผมตั้งใจว่าจะไปแสวงบุญในงาน ประเพณี แถวๆ จังหวัดสิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี ที่ผู้คนหลากหลายทั่วสารทิศมักจะไม่ค่อยพลาดกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานตักบาตรเทโว จังหวัดอุทัยธานี ที่โด่งดังไปทั่วประเทศ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในสมัยพุทธกาล ที่พระพุทธเจ้าทรงเทศน์โปรดพระมารดา ณ “สิริมหา มายากฎคาร” บนเทวโลกแล้ว ได้เสด็จลงบันไดแก้ว 339 ขั้น กลับมาสู่มนุษย์โลก ณ สังกัสนคร ที่บริเวณวัดสังกัสรัตนคีรี มีพระสงฆ์จำนวน มาก พากันเดินอุ้มบาตร มองเห็นเป็นสีเหลืองอร่ามพาดผ่านตั้งแต่ยอดเขาสะแกรัง ลงมาให้พุทธศาสนิกชนได้ใส่บาตรกัน

“ใครๆ ที่ได้ใส่บาตรเทโววันออกพรรษานี้ เชื่อว่าได้อานิสงส์กันเต็มๆ” ผมบอกเพื่อที่จะให้เพื่อนได้ถามใจตัวเองดู แต่ปีนี้ ปริทัตต์ เพื่อนผมเขาให้เหตุผลที่จะมาสกลนคร ทั้งๆ ที่เราเคยมากันแล้ว 2-3 ครั้ง

“แกลองคิดดู” เสียงของปริทัตต์ค่อนข้างหนักแน่น “นอกจากเราจะไปดูแห่ปราสาทผึ้งแล้ว ยังเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ไปกราบสักการะ อัฐิธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และหลวงปู่หลุย จันทสาโร ที่วัดป่าสุทธาวาส ทั้งเรายังจะได้ไปสัมผัสกับธรรมชาติอันงดงาม บริสุทธิ์และสงบร่มรื่นที่วัดท่าวังหิน (ธ) บ้านสายร่องข่า ตำบลเชิงชุม อำเภอพรรณนานิคม อีกด้วย” ที่ผมคล้อยตามปริทัตต์ เพราะอยากจะฟังธรรมะของท่านพระอาจารย์เชาวรัตน์ กมุมสุทโธ หรือพระครูสุทธิธรรมสังวร เจ้าอาวาสวัดท่าวัง หิน (ธ) ผู้มีวัตรปฏิบัติเรียบง่ายแต่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย และยึดมั่นในคำสอนของพระอุปฌาอาจารย์ สายหลวงปู่มั่น เพราะท่านเป็นศิษย์หลวงปู่สิม ธรรมะของท่านสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมาก บรรดาศิษยานุศิษย์จึงเลื่อมใส

“ทัตต์ เราเห็นด้วยกับแก” เป็นเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนใจไปกับปริทัตต์ เราเข้าพักในโรงแรมที่เราจองเอาไว้นานแล้ว “ช่วงงานแห่ปราสาทผึ้ง ถ้าไม่จองไว้ โรงแรมก็เต็มหมด” ปริทัตต์บอก

“แม้ราคาห้องพักไม่แพง แต่ก็มีที่จอดรถกว้างและสะดวกดี แถมยังดูสะอาด” ที่ผมพูดออกไปก็เพราะผมมองไม่เห็นเศษกระดาษเศษ ถุงพลาสติกปลิวเกลื่อนให้รกตา” ผมออกความเห็น “การบริการก็ดี แถมไม่ได้อยู่ห่างจากกลางเมืองมากนัก”

หลังจากที่ได้พักผ่อนคลายล้าจากการขับรถคู่ชีพตลอดการเดินทางกันแล้ว เราก็บริหารเวลาซะให้คุ้ม โดยชวนกันไปวัดพระธาตุเชิงชุม วรวิหาร พระอารามหลวง เพื่อกราบสักการะหลวงพ่อพระองค์แสนอันศักดิ์สิทธิ์ และพระธาตุเชิงชุมคู่บ้านคู่เมือง เป็นเจดีย์ที่มีพุทธลักษณ์ สี่เหลี่ยมไม่ย่อมุม มียอดฉัตรทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ พระพักตร์ของหลวงพ่อพระองค์แสนดูอิ่มเอิบมาก ด้านหลังวัดก็เป็นสวนสาธารณ สมเด็จพระศรีนครินทร์และสวนสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา (สวนแม่ สวนลูก) เราได้เห็นความงดงามของสวนสาธารณะที่ อยู่ริมฝั่งน้ำหนองหาร อันเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ มีผืนน้ำสุดสายตา กว้างกว่า 123 ตารางกิโลเมตร ริมฝั่งน้ำหนองหาร ยังใช้เป็นสนามแข่งขันเรือยาวกันหลายประเภท หลายทีม เป็นมหกรรมแห่งความมันส์ ที่มีมาตั้งแต่วันที่ 2-3 ตุลาคม ก่อนวัน แห่ปราสาทผึ้ง

ในวันงาน “แห่ปราสาทผึ้ง” ผมกับปริทัตต์ ในฐานะแขก VIP ของท่านสมนิศร์ ทีฆธนานนท์ รักษาการนายกเทศมนตรีนครสกลนคร ก็ได้เข้าไปนั่งในประรำพิธีตั้งแต่บ่ายสามโมง ตามหมายเลขที่นั่งในบัตรเชิญ ที่เทศบาลนครสกลนครได้จัดไว้รองรับแขกบ้านแขกเมือง และนักท่องเที่ยวเป็นกรณีพิเศษ ผมต้องขอขอบคุณข้าราชการ พนักงาน ที่มาอำนวยความสะดวกอย่างดียิ่ง

ถนนสุขเกษม ที่เป็นเส้นทางขบวนแห่ปราสาทผึ้งผ่าน มีฝูงคนจำนวนมาก เรียงรายเต็มทั้งสองฟากฝั่งถนน ปริทัตต์เพื่อนผมเขาประมาณว่า น่าจะมีจำนวนนับเฉียดๆ แสนคน ทุกสายตาจ้องมองไปที่ขบวนแห่ปราสาทผึ้ง ตั้งแต่ขบวนแรกจนถึงขบวนที่ 15 อันเป็นขบวนสุดท้าย ทุกๆ ขบวนมีการประดับตกแต่งทั้งปราสาทผึ้งโบราณและปราสาทผึ้งประยุกต์ ที่มีความวิจิตรมหัศจรรย์ตระการตา แต่มีความแตกต่างกันไปตาม ภูมิปัญญาชาวบ้านชาวคุ้ม ที่ไม่เหมือนกัน

ปราสาทผึ้งโบราณ ชาวสกลนครยังยึดรูปทรงที่สืบทอดกันมาแต่ดั้งเดิม เป็นรูปหอตะลุ่มโปร่ง ทรงจตุรมุข มี 2 ชั้น ต่อกันด้วยเอวขัน คล้ายๆ เอวพาน มีโครงเป็นไม้ไผ่ห่อหุ้มด้วยกาบกล้วย แล้วเอาดอกผึ้ง ที่หล่อไว้มาเสียบประดับ ในหอผึ้งก็ใส่เครื่องอัฐบริขารรวมทั้งขนม ข้าวต้ม ส้มสูก – ลูกไม้ คนแต่ก่อนเมื่อทำเสร็จก็แห่แหนสนุกสนาน เพื่อนำไปถวายพระธาตุเชิงชุมเป็นพุทธบูชาในวันออกพรรษาหรือวันเทโว โรหณะ วันที่พระพุทธเจ้าทรงเปิดโลก ชาวอีสานจึงอนุรักษ์ปราสาทผึ้งโบราณมาจนทุกวันนี้

แต่ที่ผมเห็นความต่างไปจากจังหวัดอื่น ก็ตรงที่มีปราสาทผึ้งประยุกต์ด้วย เป็นการจำลองปราสาท ราชมนเทียร 3 ยอดหรือ 5 ยอดเชื่อมต่อกัน บางชุมชนก็ทำถึง 7 ยอด ที่ชาวคุ้มต่างพากันประยุกต์ตกแต่งองค์ปราสาทผึ้งตามพุทธศิลปสถาปัตยกรรมไทยอย่างสวยงาม ด้วยลายกนก กกก้านที่อ่อนช้อยละมุนละไม ผมกับปริทัตต์จ้องมองแทบจะไม่กระพริบตา ที่ได้เห็นลาย

กนกเปลว ไหวปลิวสะบัดพลิ้ว ปราสาทบางหลังก็ใช้ลายหางโต สอดม้วนพันกันเป็นจังหวะที่เร้าความรู้สึก แม้จะไม่อ่อนพลิ้วเหมือน ลายกนกในวัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงรายของท่านอาจารย์เฉลิมชัยก็ตาม แต่ปราสาทผึ้งก็งดงามจนสามารถสะกดทุกๆ อารมณ์ ให้ท่านผู้ชมต้อง ตื่นตลึงเกินกว่าที่คุณคิด

แม้แต่การแสดงขบวนฟ้อนประกอบขบวนแห่ ในแต่ละขบวนก็มีผู้แสดงจำนวนนับร้อย เป็นการฟ้อนร่ายรำที่แตกต่างกันไปตาม ลักษณะท่าทางของชนเผ่าพื้นเมืองสกลนคร ที่มีมากมายหลายเผ่า ลีลาท่าทางของแต่ละเผ่างดงามและชวนให้เร้าระทึกไปตามจังหวะเสียง แคน เสียงพิณและเสียงกลองพื้นเมือง

ตกค่ำเราก็พากันไปช็อบปิ้งสินค้า OTOP ที่สนามมิ่งเมือง ในงานมหกรรมอาหาร CLEAN FOOD GOOD TEST โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมนูที่ผมท่องไว้ขึ้นใจ สเต๊กเนื้อสันโคขุนโพนยางคำ ที่มีความนุ่มนิ่มอร่อยลิ้น ทุกความสุขอันยิ่งใหญ่ที่เราแบ่งปันรอยยิ้มกัน เป็นมื้ออร่อยทุกเมนูตลอด 5 คืน ให้เราเลือกลิ้มหลากหลาย สุขครบทุกเซตสไตล์ทั้งอาหารไทย อาหารจีน อาหารฝรั่งและเวียตนาม แถมอาหารพื้นเมือง แซบซ่าที่ ดร.สมโชค ศรีหารักษา ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมบอกอย่าพลาดชิม

ส่วนการแสดงแสงสีเสียง ที่เวทีกลาง ในปีนี้ เทศบาลนครสกลนครเขาไปขนเอาดารานักร้องนักแสดง ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับ 5 ดาว ยกขบวนพาเหรดกันมาแน่นเต็มเวที ทำให้เป็นบรรยากาศแห่งความมันส์ สุดสุด จนเวทีแทบแตกระเบิด

รุ่งเช้า ผมกับปริทัตต์ ก็ไปร่วมกับชาวสกลนคร ที่พากันมาจนเต็มลานพระวิหาร เพื่อใส่บาตรพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธิ โสภณ เจ้าคณะจังหวัดสกลนคร เจ้าอาวาสวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร พระอารามหลวง พระอริยสงฆ์ผู้เปี่ยมล้นด้วยเมตตาธรรม พร้อมด้วย พระสงฆ์นับร้อยองค์ เราตักตวงเอาบุญออกพรรษาที่สุขอบอวลไปด้วยศรัทธาประสาธน์น่ะครับ

เช็คเอาท์กันเรียบร้อยแล้ว พนักงานรีเซ็บชั่นก็ส่งยิ้มให้เราต้องจดจำ

แต่ที่เราไม่รู้ลืม ก็เพราะได้ไปกราบฟังธรรมและขอพรท่านพระอาจารย์เชาวรัตน์ กมุมสุทโธ เพื่อเติมเต็มความสุขให้มากล้น ในช่วงเทศกาลออกพรรษาแห่ปราสาทผึ้งสกลนคร

ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง

ปราสาทผึ้งตามตำนานได้จัดสร้างขึ้นในรัชสมัยพระยาสุวรรณภิงคาร แห่งอาณาจักรหนองหารหลวง จัดทำขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชาบรรพบุรุษในช่วงเทศกาลออกพรรษา ซึ่งจัดทำโดยช่างผู้ชำนาญสร้างสรรค์ขึ้นมา ด้วยภูมิปัญญาละเอียดลึกซึ้ง งามเป็นหนึ่งสมคุณค่าในด้านสถาปัตยกรรม นิยมสร้างรูปทรงเป็นสถูปเจดีย์ บ้านเรือนไทย แบบไทยถิ่นอีสานจนถึงใช้จินตนาการดุจวิมานบนสวรรค์ จัดทำรูปทรงช่อชั้นบุษบก แล้วลวดลายกนก ลดาวัลย์ ปัจจุบันนิยมสร้างรูปทรงจัตุรมุขมีขี้ผึ้งสีสุขเช่นทองแท้แลวิเลปน์ ลวดลาย เทพพนมอุดมด้วยช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ สูงส่งด้วยจิตเลื่อมใส ใจศรัทธา

วัตถุประสงค์ในการจัดสร้างปราสาทผึ้งนั้น ชาวไทยอีสานดั้งเดิมเกิดความเชื่อในเรื่องผีสางว่ามีอำนาจ เหนือสิ่งอื่นใด บันดาลให้เกิดทั้งคุณและโทษ ยังประโยชน์ทางด้านขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นการอุทิศผล ติดตามให้ญาติผู้ล่วงลับพร้อมกับบังเกิดผลดีแก่ลูกหลานด้วย กุศลจากทำปราสาทถวายสักการะองค์พระธาตุ เชิงชุมวันก่อนปวราณาออกพรรษา ๑ วัน จะสุขกายสุขใจได้เกิดบนสวรรค์อายุมั่นขวัญยืน

ในงานประเพณีแห่ปราสาทผึ้งของจังหวัดสกลนคร นั้น ทุกหน่วยงานในจังหวัดและหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องได้ให้ความร่วมมือในการสืบสานและร่วมกิจกรรมเป็นอย่างดีได้แก่ เทศบาลนครสกลนคร จังหวัด สกลนคร องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร องค์การบริหารส่วนตำบล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนในจังหวัดให้ความร่วมมือร่วมใจ จนทำให้ประเพณีเป็นงานที่ยิ่งใหญ่และสร้างชื่อเสียงไปทั่วประเทศ

แหล่งข้อมูล : พระเจนยุทธนา จิรยุทโธ (หลวงปู่ภูพาน) เทศบาลนครสกลนคร

มโหฬาร งานแห่ปราสาทผึ้งสกลนคร

สารคดีวัฒนธรรมประเพณี โดยสุบิน โสภณ

งานสําคัญของพี่น้องชาวสกลนครก็เวียนมาถึงอีกครั้งหนึ่ง คือ งานประเพณีออกพรรษา แห่ปราสาท ผึ้ง “ชิงถ้วยพระรานทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” เป็นงานที่แสดงออกทาง วัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน และเป็นเอกลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของชาวสกลนคร ในปีนี้มี กําหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 2-5 ตุลาคม 2560
จากการจัดแถลงข่าวการจัดงานในปีนี้

ทําให้ผู้คนตะหนักว่าไม่ใช่เป็นงานระดับจังหวัด แต่ความยิ่ง ใหญ่อลังการทําให้ถือได้ว่าเป็นงานวัฒนธรรมประเพณีระดับประเทศ ท่านวิทยา จันทร์ฉลอง ผู้ว่าราชการ จังหวัดสกลนคร กล่าวว่า เป็นงานที่เกิดจาการมีส่วนร่วม ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนรวมทั้งองค์กรประชาชน จึงได้รับความสนใจตากประชาชนคนดูร่วมแสน ที่มีทั้งคนในตัวตังหวัดและต่างจังหวัดรวมทั้งบรรดานักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

ในคืนวันที่3 ตุลาคม เป็นวันที่มีการนําเอาปราสาทผึ้งจากวัดต่างๆมาตั้งวางที่บริเวณสนามมิ่งเมือง ให้เราได้ชมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศว่าปราสาทผึ้งสกลนครเป็นเอกลักษณ์ทางพุทธศิลปสถาปัตยกรรมไทยที่ประดิษฐ์ลวดลายนกจากขี้ผึ้งทั้งหลัง เป็นลายที่มีความอ่อนช้อยละมุนละไม และวิจิตรงดงามตระการตา ส่วนในวันที่4 ตุลาคม เป็นวันงานแห่ปราสาทผึ้ง มีขบวนแห่และขบวนฟ้อนรําที่มีผู้แสดงแต่ละขบวนนับร้อย ทั้งมีให้ชมมากมายถึง 15 ขบวน ความยาวรวมมากกว่า 3 กิโลเมตร

นายสุมนิศร์ทีฆธนานนท์รักษาการนายกเทศมนตรีนครสกลนครกล่าวว่า ชาวชุมชนต่างๆ ได้ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ ในการเตรียมการจัดงานล่วงหน้ามาหลายเดือนแล้ว จึงนับว่าเป็นสามัคคีปรองดองและความพร้อมเพรียงอย่างยิ่งของชาวสกลนคร

ตลอดงานระหว่างวันที่2-5 ตุลาคม ณ สนามมิ่งเมือง มีดนตรีและการแสดงบนเวทีที่มีดาราดังคับคั่งและนักแสดงระดับประเทศที่ชื่นชอบ ให้ชมกัน พร้อมกับการชอปปิ้งสินค้า OTOP หลากหลายจากภูมิปัญญาชาวบ้านและเพลิดเพลินกับการเที่ยวชิมอาหร Clean Food Test จํานวนมากเกือบๆ 100 ร้านให้คุณๆ ได้ลิ้มรสอร่อยลิ้น ทุกคืนตลอดงาน

มูลมังอิสานที่บรรพชนชว่ยกันรักษาไว้ “ปราสาทผึ้งงามเป็นหนึ่งเมืองสกล”

หลักเกณฑ์การประกวดและหลักเกณฑ์การให้คะแนนปราสาทผึ้งประยุกต์

1.1 หลักเกณฑ์การประกวดปราสาทผึ้งประยุกต์

1.การใช้วัสดุ – อุปกรณ์ ​หมายถึง การใช้วัสดุอุปกรณ์ในการตกแต่ง โดยคำนึงถึงความกลมกลืนสกีับทุกสว่นของปราสาทผึ้ง การใช้ขี้ผึ้งบุผิวภายนอกต้องให้พื้นผิวเรียบของวัสดุอุปกรณ์ทุกสว่นโดยไม่ให้มองเห็นโครงสร้างของตัวปราสาทที่ทำด้วยวัสดุต่างๆ เช่น ไม้ โลหะ ปูนปลาสเตอร์ ฯลฯ มีอยู่ภายใน

2. ขนาดและสัดสว่น ​หมายถึง ขนาดความกว้างและความยาวของปราสาทฐานจะต้องมีความ กว้าง ยาว ไม่ต่ำ กว่า 2 x 4 เมตร    ความสูงของฐาน ไม่ต่ำกว่า 1 เมตร และความสูงของตัวปราสาทผึ้งจากฐาน ถึงยอด ตามความเหมาะสมได้ขนาดและสัดสว่น  โดยองค์ปราสาทจะต้องมียอดไม่ต่ำกว่า 3 ยอด สัดสว่นขององค์ปราสาทจะต้องถูกต้องและสวยงามตามหลักสถาปัตยกรรม

3. ฐานปราสาท หมายถึง ส่วนรองรับตัวปราสาทมีลักษณะรูปร่าง รูปทรงที่มีความสัมพันธ์ กลมกลืนกับตัวปราสาทได้สัดส่วนเหมาะสม ขององค์ประกอบของส่วนฐาน เช่น ฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมแบบต่างๆบันไดกำแพงแก้ว ซุ้มกำแพงแก้ว ระเบียงและลวดลายแสดงเรื่องราว นำมาประกอบกันเป็นฐานปราสาททั้งหมด

4. องค์ปราสาท หมายถึง โครงสร้างส่วนปราสาทที่ต่อจากฐานปราสาทและมีองค์ประกอบต่างๆ เช่น ช่อฟ้า ใบระกา สาหร่ายรวงผึ้ง หางหงส์ คันทวย หลังคา หน้าบัน เพดาน เสา ประกอบด้วยลวดลายตกแต่งได้ประณีตสวยงามได้สัดส่วน

5. ยอดปราสาท หมายถึง ส่วนยอดของปราสาทที่เชื่อมโยงจากหลังคาขึ้นไปต้องอยู่ใน ตำแหน่งที่ถูกต้อง ถึงปลายยอดซึ่งมีลักษณะรูปทรงยอดมณฑป รูปทรงยอดปรางค์ รูปทรงยอดมงกุฎ หรือ รูปทรงยอดเจดีย์ ประดับตกแต่งด้วยลวดลายที่สวยงามได้ สัดส่วนเหมาะสม

6. การติดและลวดลายประกอบองค์ปราสาทผึ้ง หมายถึง การติดภาพและลวดลายประกอบ องค์ปราสาทผึ้ง ให้เรียบร้อยกลมกลืน เหมาะสมถูกต้องและประณีตสวยงาม

7. ความงาม หมายถึง ความงามที่เกิดขึ้นจากการตกแต่งปราสาททั้งหมด คือ ส่วนฐาน เรือนปราสาทและยอดปราสาท ตกแต่งด้วยลวดลายและภาพประกอบ มีความเหมาะสมได้สัดส่วน โดยภาพรวมมีความละเอียดประณีต ความคมชัดขององค์ปราสาท ได้รูปแบบของสถาปัตยกรรม มีการประดับแสงไฟฟ้าส่องสว่างที่มิดชิด สวยงามกลมกลืนกับองค์ปราสาท

1.2 หลักเกณฑ์การให้คะแนนปราสาทผึ้งประยุกต์

1.การใช้วัสดุอุปกรณ์                        10         คะแนน

ขนาดและสัดส่วน                          10         คะแนน

ฐานปราสาทผึ้ง                             10         คะแนน

องค์ปราสาทผึ้ง                             20        คะแนน

ยอดปราสาทผึ้ง                             10        คะแนน

การติดภาพและลวดลายประกอบ 20        คะแนน

ความประณีตและความงาม           20        คะแนน

รวม 100 คะแนน

ภาพบรรยากาศ