วัดพระธาตุเชิงชุม

วัดพระธาตุเชิงชุม ตั้งอยู่ถนนเจริญเมือง ในวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร เป็นเจดีย์ก่อ อิฐถือปูน ฐานรูปสี่เหลี่ยม สูงประมาณ 24 เมตร ยอดฉัตรทองคําเหนือองค์พระธาตุเชิงชุม ทำด้วยทองคําบริสุทธิ์มีน้ำหนัก 247 บาท มีซุ้มประตู 4 ด้าน ข้างในทึบ สร้างครอบ รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าสี่พระองค์ ซึ่งหมายถึง พระกกุสันทะ พระโกนาคม พระกัสสะปะ และพระโคดม หรือพระศรีอาริยเมตตรัย (คือ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ชาวพุทธศาสนิกชนเคารพสักการบูชาอยู่ทุกวันนี้) สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานชัด แต่นับเป็นปูชนียสถานสําคัญคู่บ้านคู่เมืองสกลนครมาแต่โบราณ ภายในวิหารใกล้พระ ธาตุเชิงชุม เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์แสนอันศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดสกลนคร ทุกวันพระในตอนค่ำจะมีประชาชนไปบูชากราบ ไหว้พระธาตุ และหลวงพ่อองค์แสนเป็นจํานวนมาก งานประจําปีของพระธาตุเชิงชุมจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 9 ค่ำ ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนยี่ (2) ของทุกปี (กําหนด ตามจันทรคติ)

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

ความเป็นมาของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ “ภูน้ำลอด” เป็นบ่อที่มีมาพร้อมกับพระธาตุเชิงชุม เดิมมีน้ำผุดขึ้นมาเนื่องจากลําธารใต้ดินซึ่งไหลมาจากเทือกเขาภูพาน ผ่านศูนย์ราชการ ด้านทิศเหนือ ผ่านใจกลางเมืองด้านทิศเหนือ แล้วไหลมาผุดที่นี้ เรียกว่า “ภูน้ำลอด” แล้วไหลไปผุดที่สระพังทอง (สวนสมเด็จฯ) เมื่อมีน้ำน้อยก็ขุดไปเรื่อยๆ จากนั้นนําไม้ เนื้อแข็งมาทําเป็นผนังกั้นไม่ให้ดินพังลงไป มีเรื่องเล่ากันว่ามีถังตักน้ำหลุดไปก็จะไป โผลที่สระพังทองเป็นบ่อที่ประชาชน และทางราชการใช้เป็นแหล่งน้ำสําหรับใช้ในการประกอบพิธี กรรมต่างๆ เช่น พิธีกรรมตักน้ำและเสกน้ำพระพุทธมนต์ เนื่องในงานพระราชพิธีเฉลิม พระชนมพรรษา7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 บางคนก็นําไปดื่มไปอาบ เพื่อรักษาโรคภัย ไข้เจ็บและก็ได้ผลดีจริงจึงได้ปรับปรุงบูรณะไว้คู่พระธาตุเชิงชุมและให้เป็นมรดกของ ลูกหลานสืบไป

หลวงพ่อพระองค์แสน

หลวงพ่อองค์แสนหรือที่เรียกชื่ออีกอย่างหนึ่งว่าพระองค์แสนเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองจังหวัด สกลนคร เป็นพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ภายในพระวิหารหรือที่เรียกว่าพระวิหารหลวงพ่อองค์แสน เป็น พระพุทธรูปปั้น ลงรักปิดทอง มีพุทธลักษณะที่งดงามจัดอยู่ในสกุลศิลปะเชียงแสนเป็นปางมารวิชัยสังฆาฏิ มาจรดที่พระนาภีส่วนเกศทําเป็นเปลวรัศมี ซึ่งมีลักษณะทางศิลปะลาว พระพักตร์เริ่มเข้าสกุลศิลปะสุโขทัย ซึ่งนับว่าหลวงพ่อพระองค์แสนพุทธลักษณะที่ผสมผสานหลายสกุลศิลปะ แต่ความโดดเด่นอยู่สกุลศิลปะ เชียงแสน น่าจะเป็นช่วงปลายของสกุลศิลปะและเป็นปางมารวิชัยเป็นปางที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง ตรัสรู้ที่ชนะมาร ล้วนเป็นปางที่ซ่อนประดิษฐานอยู่บนฐานทุกที่ ซึ่งฐานนี้ความสูง 1.35 เมตร หน้าตัก กว้าง 2.00 เมตร วัดจากหน้าตักถึงยอดเกศ. สูง 3.20 เมตร หลังของหลวงพ่อพระองค์แสนมีพระพุทธรูป ได้สร้างขึ้นเฉลิมฉลองในงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ ตามโครงการของรัฐบาล  ลักษณะการสร้างพระวิหารอยู่หน้าพระธาตุถือได้ว่าเป็นลักษณะการสร้างที่ดี คือเมื่อมาไหว้ หลวงพ่อพระองค์แสนซึ่งเป็นตัวแทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าส่วนสถปที่เป็นพระธาตุเชิงชมก็เป็นตัวแทนของ พระพุทธเจ้าเหมือนกัน ถือได้ว่าสองสิ่งนี้เป็นอุเทสิกเจดีย์หนึ่งในสี่เจดีย์ในพระพุทธศาสนาที่พุทธศาสนิกชน ควรกราบไหว้เคารพบูชาเป็นอย่างยิ่ง

เสาอโศก

เสาอโศก (Ashoka Pillar) หรือ เสาแห่งพระเจ้าอโศก (Pillar of Ashoka) ถูกค้นพบครั้งแรกโดยนักโบราณคดี ชื่อ โทมัส คอร์ยาค เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 21 (คริสต์ศตวรรษที่ 16)  เป็นเสาสัญลักษณ์แห่งพระพุทธศาสนา สร้างขึ้นโดยพระราชโองการของพระเจ้าอโศก (King Ashoka) กษัตริย์แห่งราชวงศ์ โมริยะ หรือ เมารยะ (Maurya)โดยเสาศิลาจะตั้งไว้ ณ ตําแหน่งของสถานที่ที่เป็น สังเวชนียสถาน และสถานที่ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นเครื่องหมายแทนพุทธบูชา และเตือนขุนนางทั้งปวงให้ปกครองราษฎรโดยธรรมจุดเด่นที่สุดของเสาอโศก คือ รูปสิงห์แกะสลัก ประดิษฐานอยู่บนยอดด้านบน เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงพระธรรมคําสอนของพระพุทธเจ้าที่องอาจดั่งราชสีห์ เสาอโศกที่สมบูรณ์ที่สุดอยู่ที่อารามหลวงแห่งเจ้ามัลละในเมืองเวสาลี เมืองสําคัญ ในสมัยพุทธกาลเสาอโศกมีอยู่ทั่วพระราชอาณาจักรของพระเจ้าอโศกมหาราช แต่ต่อมา ได้ถูกทําลายลงทั้งจากมนุษย์และภัยธรรมชาติ คงเหลือเพียงไม่กี่ต้นเท่านั้น ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ในปัจจุบัน เสาอโศกต้นที่ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด คือ เสาอโศกที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี สถานที่พระพุทธเจ้า แสดงปฐมเทศนา

อุโบสถ

พ.ศ. 2370 สร้างพระอุโบสถหลังเดิมหรือสิมเก่า มีลักษณะเป็นสิมแบบโถง โครงสร้างเป็นไม้ก่ออิฐถือปูน หลังคาเป็นกระเบื้องไม้แบบ เดิม หันหน้าไปทางทิศใต้ ครั้งพระธานีเป็นเจ้าเมือง ภายในมีจิตรกรรมเป็นภาพเถาไม้เลื้อยเป็นแนวรอบอาคาร หน้าบันมีจิตรกรรมฝา ผนังเป็นรูปเทพบุตรและเทพธิดา ดาวประจำยาม มังกรและเถาไม้เลื้อย ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหลายองค์ ทั้งที่สร้างด้วยไม้และ เป็นปูนปั้น

รูปของฝากภายในวัด

ข้อพึงสำรวม

– ควรแต่งกายให้สุภาพและไม่ควรใส่กระโปงสั้น,เสื้อแขนกุด,เกาะอกและเอวลอย

– ช่วยกันรักษาความสะอาด เช่น ทิ้งขยะในบริเวณที่กำหนด รักษาความสะอาดในห้องน้ำ

ภาพบรรยากาศ ภายในวัด

การเดินทาง

จากจังหวัดสกลนครให้ขับเข้าไปในเขตเทศบาลเมืองสกลนครไปตามถนนเจริญเมือง จนสุดถนนวัดพระธาตุเชิงชุมติดกับหนองหาร หลวง