แหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยวบ้านจาร

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านจาร

ปีพ.ศ.2526 คณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) บ้านจารได้ประชุมหารือเพื่อบริจาคที่ดินสาธารณะของหมู่บ้านบริเวณหาดทรายงาม เนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ อยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ15 กม. ถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อจัดทำเป็นโครงการป่ารักน้ำ
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2526 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรและทรงทราบถึงความเดือดร้อนของราษฎรบ้านจารที่บริจาคที่ดินถวายเพื่อปลูกป่าจึงทรงรับ ราษฎรบ้านจารเข้าเป็นสมาชิกโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ จำนวน 20 คน และราษฎรบ้านจารมีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงเกิดกำลังใจร่วมกันพัฒนาหมู่บ้านและจัดตั้งกลุ่มอาชีพปลูกหม่อมเลี้ยงไหมขึ้น
วันที่ 20 พฤศจิกายน 2527 พันเอกเรวัต บุญทับ ได้รับพระราชเสาวนีย์ให้ไปติดตามงานและให้ความช่วยเหลือราษฎรที่เป็นสมาชิกและเยี่ยมโครงการป่ารักน้ำ ราษฎรบ้านจารได้ร้องขอความช่วยเหลือในการสร้างอ่างเก็บน้ำ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร พันเอก เรวัต บุญทับ จึงได้ขอพระบรมราชานุญาตนำคณะกรรมการหมู่บ้านเข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและทรงโปรดเกล้าให้กรมชลประทานสร้างอ่างเก็บน้ำขึ้นที่ห้วยวังแคน ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 3 กิโลเมตรและในเวลาเดียวกันสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนารถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ราษฎรบ้านจารอีก 40 ครอบครัว เข้าเฝ้าทรงรับไว้เป็นสมาชิกในโครงการส่งเสริมศิลปาชีพในเดือนธันวาคม 2527 พันเอกเรวัต บุญทับ ก็ได้ดำเนินการจัดชุดครูสอนเข้าไปฝึกอบรมเรื่องการปลูกหม่อมเลี้ยงไหมให้แก่ราษฎรบ้านจาร ซึ่งมีผู้สมัครเป็นสมาชิกจำนวนมาก
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2528 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนารถ ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรบ้านจารครั้งที่ 2 ได้ทรงทอดพระเนตรภายในหมู่บ้าน สวนป่ารักน้ำ อ่างเก็บน้ำ สวนสมุนไพรแปลงปลูกผักสวนครัว ก่อนเสด็จกลับทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้นำคณะกรรมการหมู่บ้านเข้าเฝ้าอีกวาระหนึ่ง และทรงมีพระราชดำริอยากให้มีการฝึกอาชีพเพิ่มเติมพร้อมทั้งทรงมีพระเมตตา พระราชทานเงินจำนวน 100,000 บาทให้แก่ราษฎรเพื่อใช้เป็นทุนเริ่มแรกสำหรับการฝึกอาชีพ เพื่อให้ราษฎรบ้านจานจะได้ไม่ต้องอาชีพต้มเกลือก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้

เป้าหมายการดำเนินการโครงการ

มีพื้นที่เป้าหมาย 7 ตำบล 22 หมู่บ้าน ประกอบด้วย
ต.ม่วง 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านจาร, บ้านดงยาง, บ้านโพนสมุทรชัย, บ้านโพธิ์ศิลา
ต.ดงหม้อทอง 1 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านดงห้วยเปลือย
ต.ดงหม้อทองใต้ 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านดงหม้อทอง, บ้านโคกสง่า, บ้านนาเจริญ
ต.บ่อแก้ว 5 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านหว้าน, บ้านหนองลุมพุก, บ้านสามแยกพิทักษ์, บ้านลืมบอง, บ้านท่างาม
ต.โนนสะอาด 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านโนนสะอาด, บ้านสุขสำราญ, บ้านนาเต่า
ต.ดงเหนือ 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านนาทวี, บ้านคำยาง, บ้านคำปลาผ่า
ต.มาย 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านกล้วยน้อย, บ้านนาจาร, บ้านโนนสว่าง

รายได้เฉลี่ยของสมาชิกศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านจาร มีรายได้เฉลี่ยคนละ 40,825 บาท/ปี

โครงการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านจาร

ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งสิ้นจำนวน 417 คน เป็นชาย 6 คน เป็นหญิง 412คน โดยแบ่งกลุ่มอาชีพ มี 4 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มทอผ้าไหม มีสมาชิก จำนวน 188 คน
กลุ่มทอผ้าฝ้าย มีสมาชิก จำนวน 68 คน
กลุ่มปักผ้า มีสมาชิก จำนวน 156 คน
กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ มีสมาชิก จำนวน 6 คน

พระธาตุพุทธนิมิตเจดีย์ (วัดป่าดงหวาย)

หลวงปู่ได้พระบรมสารีริกธาตุมา ท่านจึงเก็บไว้ในศาลาการเปรียบไว้ใน “ผอบ” ได้มาครั้งแรกสิบกว่าองค์ มีสัณฐานใสเหมือนแก้วเท่ากับเมล็ดงา ต่อมาหลวงปู่จึงคิดอยากจะสร้างเจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ไส้ให้อนุชนรุ่นหลังกราบไหว้บูชา เริ่มแรกหลวงปู่มีปัจจัยหมื่นกว่าบาท เพราะก่อนหน้านี้หลวงปู่ได้นิมนต์ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน มารับผ้าป่าช่วยชาติ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พุทธศักราช 2546 ทองคำ 2 กิโลกรัม ปัจจัย 1.4 ล้านบาท คืนหนึ่งหลวงปู่ได้เข้านั่งสมาธิภาวนาแล้วตั้งสัจจะอธิษฐานว่า ถ้าหากข้าพเจ้ามีบุญบารมีพอที่จะสร้างเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และย้ำคำอธิษฐานว่า ถ้าเป็นพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระพุทธเจ้าจริง ขอให้เกิดสิ่งอัศจรรย์ ปรากฏว่าในนิมิตแสงจากพระบรมสารีริกธาตุ ส่องทะลุองค์หลวงปู่สว่างไสวไปหมด หลวงปู่จึงได้ทำการวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 5 มกราคม พุทธศักราช 2547 ได้นิมนต์หลวงตาแตงอ่อน กัลยาณธัมโม เป็นองค์ประธานพิธี การสร้างพุทธนิมิตเจดีย์ไม่มีใครเป็นเจ้าใหญ่ เป็นเจ้าภาพกันทุกคน พุทธนิมิตเจดีย์สร้างเสร็จสมบูรณ์และทำการฉลองสมโภชเจดีย์ เมื่อวันที่ 12-14 มกราคม พุทธศักราช 2550 งบประมาณการก่อสร้าง 20 ล้านบาท

ลักษณะองคุพุทธนิมิตเจดีย์มีรูปทรงแปดเหลี่ยม มีความหมายว่า มรรคมีองค์แปด มีความสูง 72 เมตร หมายเอาอาการ 32 ของคนเรา ประตูทั้งสี่ทิศ หมายถึง อริยสัจสี่ บันไดขึ้นสามทิศ หมายถึง ไตรลักษณะสาม ในอนาคตข้างหน้าเมื่อพระพุทธศาสนาเสื่อมลง พระภิกษุไม่รักษาศีล ไม่นั่งสมาธิภาวนาการทำบุญกับพระเช่นนี้ จึงมีอานิสงค์น้อยกว่าได้ไปกราบพระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอาจารย์ศรีธาตุ ฐานรโต พระลูกชายหลวงปู่รวบรวม เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2560

วัดโพธิ์ชัย

วัดโพธิ์ชัย ตั้งอยู่ที่บ้านจาร หมู่ที่ 5 ต.ม่วง อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 6 ไร่ อาณาเขตทิศเหนือประมาณ 2 เส้น จดที่ดินนายแสง นานลม ทิศใต้ประมาณ 2 เส้น จดทางสาธารณประโยชน์ ทิศตะวันออกประมาณ 3 เส้น จดที่นานายใครศรี แสนเสน ทิศตะวันตกประมาณ 3 เส้น จดทางสาธารณประโยชน์ อาคารเสนาสนะประกอบด้วยศาลาการเปรียญ สร้างเมือง พ.ศ.2530 เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว กุฏิสงฆ์ จำนวน 2 หลัง เป็นอาคารไม้ปูชนียวัตถุมีพระพุทธรูปชินราชจำลองทองเหลือขัด ขนาดหน้าตักกว้าง 40 นิ้ว สูง 45 นิ้ว สร้างเมื่อพ.ศ. 2521
วัดโพธิ์ชัย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ.2438 ชาวบ้านเรียกว่าบ้านจาร เหตุที่ชื่อวัดโพธิ์ชัยเพราะบริเวณวัดมีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ 2 ต้น พระอาจารย์บุญพร้อมด้วยชาวบ้านจารได้สร้างวัดขึ้นเดิมมีเนื้อที่ 4 ไร่ ต่อมา พ.ศ.2599 พื้นที่วัดได้ขยายออกไปเนื่องจากขาวบ้านใกล้เคียงวัดได้บริจาคที่ดินเพิ่มเติมการบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ 1 พระบุญ พ.ศ.24382447 รูปที่ 2 พระคำมี พ.ศ.2450-257 รูปที่ 3 พระสาย พ.ศ.2483-2487 รูปที่ 4 พระภูมี พ.ศ.2488-2498 รูปที่ 5 พระอธิการหัส พ.ศ. 2499-2509 รูปที่ 6 พระอธิการจันทาสุภโร พ.ศ.2521-2525 รูปที่ 7 พระอธิการพรม อินทโชโต ตั้งแต่ พ.ศ.2533-2551 เป็นต้นมา
วัดโพธิ์ชัย ตั้งอยู่เลขที่ 98 บ้านโพนแพง หมู่ที่ 5 ต.ม่วงไข่ อ.พังโคน จ.สกลนคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 4 ไร่ ส.ค.1 เลขที่ 164 อาณาเขตทิศเหนือประมาณ 2 เส้น จดที่ดินนายคำ ทิศใต้ประมาณ 2 เส้น จดทางสาธารณ ทิศตะวันออกประมาณ 2 เส้น จดทางสาธารณ ทิศตะวันตกประมาณ 2 เส้น จดทางสาธารณ อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ

อนุสรณ์สถานบ้านขุนไกร

ขุนไกรเป็นคนจังหวัดอุบลราชธานี อพยพมาในปี 2350 มาที่บ้านจาร มาตั้งหมู่บ้านประมาณ 10 ครัวเรือน สาเหตุที่ตั้งชื่อว่าบ้านจารเพราะ หลวงขุนไกร มีความสามารถในเรื่อง การจารหนังสือลงใบลาน และในสมัยก่อนยังไม่มีแหล่งน้ำอุปโภค บริโภค จึงต้องขุดบ่อไว้ไกลจากหมู่บ้านจึงเกิดเป็นประเพณีแห่น้ำสร้าง และเรียกต่อกันมาว่า บ้านจารสร้างแห่ ต่อมาคำว่า สร้างแห่หายไปจึงเหลือแค่ชื่อบ้านจาร และก่อตั้งหมู่บ้านบ้านจารอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2438 อยู่ในอำเภอวานรนิวาส มีผู้ใหญ่บ้านท่านแรกคือ ผู้ใหญ่บ้านกัญณา คำกอง มีผู้ใหญ่บ้านทั้งหมด 17 ท่าน โดยปัจจุบันคือ ผู้ใหญ่บ้านปาน หงษวิไล

วัดป่ารักษ์น้ำบ้านจาร พระธาตุบ่มรัก

ความเป็นมาวัดป่ารักษ์น้ำบ้านจาร

เมื่อปีพุทธศักราช 2526 สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรบ้านจาร ชาวบ้านหลายครอบครัวได้ถวายที่ดินบริเวณรอบป่าตาดไทรงามประมาณ 200 ไร่ เพื่อเป็นสวนป่าประจำหมู่บ้าน ทำให้สวนป่าแห่งนี้เป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าจำนวนมาก และสวนป่าแห่งนี้ก็เป็นป่าต้นน้ำสาขาหนึ่งของแม่น้ำสงคราม

ต่อมา มีพระสงฆ์มาอาศัยสวนป่าแห่งนี้ในการ ปฏิบัติสมาธิภาวนา แต่ไม่อาจจะอยู่อาศัยประจำหรือดำเนินการสร้างถาวรวัตถุที่จำเป็นต่อการปฏิบัติธรรมเช่น ศาลาหอฉัน กุฏิ ห้องน้ำ โรงครัวได้

พระมหาฐิติพงษ์ ฐิติวํโส พร้อมด้วยโยมบิดา และญาติ ซึ่งมีที่ดินอยู่ติดกับป่ารักน้ำแห่งนั้น ได้มอบที่ดินเพื่อให้สร้างวัดไว้ในบวรพระพุทธศาสนา จำนวน 20 ไร่ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2550 และได้ย้ายพระสงฆ์ออกจากป่ารักน้ำมาอยู่สถานที่แห่งใหม่ และได้ตั้งชื่อสำนักสงฆ์แห่งนี้ว่า “วัดป่ารักษ์น้ำ” ซึ่งมีความหมายถึงวัดป่าที่รักษาป่าไม้ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารธรรมชาติ เพื่อให้ลมหายใจอันบริสุทธิ์ให้แก่สรรพชีวิตน้อยใหญ่ และเพราะเหตุตั้งอยู่ติดกับป่ารักน้ำ จึงยังคงชื่อเดิมของสำนักสงฆ์ที่เริ่มก่อตั้ง ณ ป่ารักน้ำ ตลอดระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมา วัดป่ารักษ์น้ำได้รับการอุปถัมภ์บำรุงจากชาวบ้านจาร ตลอดถึงสาธุชนทั้งใกล้และไกลเป็นอย่างดียิ่งมาโดยตลอด
แต่เนื่องจากยังมีป่าที่อุดมสมบูรณ์ด้วยต้นไม้ อยู่รอบบริเวณที่ตั้งวัด วัดป่ารักษ์น้ำจึงตกลงซื้อที่ดินที่ติดกับวัดจำนวน 3 แปลง เนื้อที่ 85 ไร่ โดยที่ดินดังกล่าว ไร่ละ 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 850,000 บาท หากได้ที่ดินจำนวนดังกล่าว รวมทั้งที่ดินที่มีอยู่เดิม จะมีเนื้อที่รวม 105 ไร่ จะได้พื้นที่ป่าเพื่อรักษาต้นไม้ไว้เพิ่มอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อรักษาป่าไม้ไว้ให้อุดมสมบูรณ์ดังเดิม

ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ พระมหาฐิติพงษ์ ฐิติวํโส โทร. 081-922-8508

ศูนย์การเรียนรู้เกษตรผสมผสาน

โมเมย์ฟาร์มเลี้ยงกบครบวงจร

โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์

สวนป่ารักน้ำและน้ำตกตาดไทรงาม

“พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า” พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2525 ณ บ้านถ้ำติ้ว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงห่วงใยปัญหานี้ และทรงวิตกว่าประเทศชาติกำลังสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ พระองค์จึงพระราชทานพระราชดำริ ให้จัดตั้งโครงการป่ารักน้ำ เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ทุกข์ยากให้ได้มีอาชีพที่สุจริต มีรายได้เพื่อประทังชีวิต โดยไม่ตัดไม้ทำลายป่าอีกต่อไป

เมื่อได้ทรงริ่เริ่มโครงการป่ารักน้ำขึ้นแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ยังได้พระราชทานพระราชนโยบายให้จัดตั้งหมู่บ้านป่ารักน้ำขึ้น ให้มีสถานะเป็นบ้านน้อยในป่าใหญ่ เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ยากจนไม่มีที่ทำกิน

ปัจจุบันโครงการป่ารักน้ำในพระราชดำริมีอยู่ทั้งสิ้น 5 แห่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ โครงการป่ารักน้ำ บ้านถ้ำติ้ว ตำบลส่องดาว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร โครงการป่ารักน้ำ บ้านป่ารักน้ำ ตำบลโคกสี อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร โครงการป่ารักน้ำ บ้านกุดนาขาม ตำบลเจริญศิลป์ อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร โครงการป่ารักน้ำ บ้านจาร ตำบลม่วง อำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร และโครงการป่ารักน้ำ บ้านทรายทอง ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

อ่างเก็บน้ำปลาขาว

กิจกรรมท่องเที่ยวในชุมชน

โฮมสเตย์รับได้ 30-40 คน
บายศรี สู่ขวัญ
กิจกรรมการละเล่น รำพื้นบ้านอีสาน รำเชิญขวัญ กิจกรรมต้อนรับคล้องมาลัย
การขับสรภัญญะ
รำกลอง เป่าแคน ร้องเพลงประจำหมู่บ้าน
ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสาน ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

ข้อมูลการติดต่อ

ผู้ใหญ่ปาน หงษวิไล 083-3102508