แหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยวกุดจิก

หมู่บ้านกุดจิกมีแหล่งท่องเที่ยว สําหรับบริการให้กับนักท่องเที่ยว อาทิ เช่น ปั่นจักยานชมต้นข้าว บนท้องนาอันเขียวขจี ชมบ้านโบราณที่อนุรักษ์วิถีชีวิตคนอีสานขนานแท้ กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิประจํา หมู่บ้าน ชมวิวทัศนียภาพของบ้านกุดจิก ชมวิถีชีวิต การประกอบอาชีพ การดําเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายและ แสนสุข แหล่งผลิตและสาธิตสินค้าผลิตภัณฑ์ และสินค้า OTOP ซึ่งในแต่ละสถานที่จะมีรายละเอียด ดังนี้

วัดป่าโสภณธรรมาราม

สถานที่สําคัญทางพระพุทธศาสนา และมีเกจิชื่อดัง พระอาจารย์ชาตรี ปภัสสโร มีลูกศิษย์มากมายหลากหลายอาชีพ มาสักการะพระอาจารย์เป็นประจําทุกวัน เป็นเกจิอาจารย์ชื่อดัง มีผู้คนเคารพศรัทธา ศิษยานุศิษย์จํานวนมาก ภายในบริเวณวัดมีความสงบ ร่มรื่น และสวยงาม มีสายธารนํา ไหลมาจากลําห้วยโทง สดชื่น เย็นฉ่ำ เหมาะแก่การเข้าไปปฏิบัติธรรม ทําบุญ และถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึกเป็นอย่างยิ่ง

กลุ่มทอผ้าบ้านกุดจิก

จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2547 เกิดจากการรวมกลุ่มสตรีในหมู่บ้าน ร่วมกันผลิตผ้าขาวม้า ผ้าห่ม ผ้าทอพื้นเมืองแบบต่างๆ ที่เป็นอาชีพเสริมหลังฤดูเก็บเกี่ยว โดยมีนางพิสมัย กวานปัดชา เป็นประธานกลุ่มคนแรก และมีคณะกรรมการกลุ่มทั้งหมด 15 คน มีวัตถุประสงค์การจัดตั้งเพื่อ เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการทอผ้า สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวและชุมชน และอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ต่อมามีการนําผ้าครามเข้ามาเป็นกิจกรรมเสริมอีกช่องทางหนึ่ง ภายใต้การดําเนินงานของนางมงคล ไขลามเมา ประธานกลุ่มคนปัจจุบัน

กลุ่มข้าวฮางบ้านกุดจิก

ชมกระบวนการขั้นตอน กว่าจะเป็นข้าวฮาง กระบวนการผลิตข้าวฮางบ้านกุดจิก ถูกสุขอนามัย มีคุณภาพมาตรฐาน จนกระทั่งได้เป็นสินค้า OTOP ของจังหวัดสกลนคร ข้าวฮางบ้านกุดจิก จะมีรําข้าวและเส้นใยอาหารอยู่ในเมล็ดข้าวอย่างครบถ้วน เมื่อกะเทาะเปลือกออก คุณค่าทางอาหารจึงไม่สูญเสียไป เนื่องจากผ่านการนึ่งสุกมาแล้ว ไม่มีเมล็ดแตกร้าวสีเหลืองธรรมชาติ สวยงาม ในปัจจุบันกระบวนการผลิตข้าวฮาง บ้านกุดจิก มีการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยการไปรษณีย์ไทยให้การสนับสนุนการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด มีมาตรฐานและเก็บรักษาได้นานโดยมีการบรรจุถุงพลาสติกในระบบสูญญากาศ จุดเด่นของข้าวฮางบ้านกุดจิก คือ เมล็ดข้าวไม่แตกหัก จมูกข้าวไม่หลุด มีรําข้าวและเส้นใยอาหารยังคงอยู่ในเมล็ดข้าวครบ เมื่อกะเทาะเปลือกออกคุณค่าทางอาหารจึงไม่สูญเสียไป จากคําบอกเล่าของปู่ย่าตายาย ข้าวฮางบ้านกุดจิก ประยุกต์มาจากภูมิปัญญาการผลิต “ข้าวฮาง” ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

ชมบ้านโบราณ

ที่ยังคงมีกลิ่นอายวิถีชีวิตคนสมัยก่อน ที่นิยมเลี้ยงสัตว์ไว้ใต้ถุนบ้าน มีชานบ้านยื่นออกมาจากตัวบ้านสําหรับพักผ่อนและรับแขก ตลอดจนห้องครัวขนาดเล็กที่แยกออกมาจากตัวบ้าน สามารถเข้าไปถ่ายรูปแล้วมองเห็นภาพการดํารงชีวิตของคนสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี

ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน

เป็นศูนย์กลางให้ความรู้ของชุมชนที่จะนําไปสู่กระบวนการสร้างแหล่ง เสริมในการเรียนรู้ การถ่ายทอด การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเอกลักษณ์ของชุมชน อีกทั้งเป็นแหล่ง บริการชุมชนด้านต่าง ๆ โดยเน้นการกระบวนการเรียนรู้ให้คนในชุมชน เพื่อสามารถถ่ายทอดข้อมูลให้กับคนที่ เข้ามาในชุมชน และเป็นศูนย์ถ่ายทอดความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง

โฮมสเตย์ชุมชน

สถานที่สำหรับรอบรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาพักผ่อน ศึกษาวิถีชีวิตของคนในชุมชนบ้านกุดจิก และเข้ามาชมความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวในชุมชน

วัดโพธิ์ศรี

วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของชาวบ้านกุดจิก เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวบ้าน และยังเป็นสถานที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาศึกษาดูงานในหมู่บ้านอีกด้วย

วัดป่าอัมพัน

สถานที่ปฏิบัติธรรมอีกแห่งหนึ่งของชาวบ้านกุดจิก ที่บรรยากาศดีและร่มรื่น

หนองน้ำกุดจิก

หนองน้ำที่เลี้ยงชีวิตของคนบ้านกุดจิก ที่มีปลานานาพันธุ์อาศัยอยู่ เป็นสถานที่พักผ่อนของนักตกปลาทั้งหลาย

อ่างเก็บน้ำหนองม่วง

สถานที่ท่องเที่ยวประจำตำบลนาคำ มีประเพณีแข่งเรือยาว ที่ตำบลนาคำจัดขึ้นทุกปี ช่วงประมาณเดือนกันยายน-ตุลาคม ซึ่งเป็นงานประเพณีระดับตำบล โดยทุกหมุ่บ้านจะทำการแข่งเรือยาวของทั้ง 9 หมุ่บ้าน เพื่อชิงถ้วยรางวัล จะจัดขึ้น ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำหนองม่วง บ้านหนองม่วง

อ่างเก็บน้ำห้วยโทง

ตั้งอยู่บนที่ราบริมอ่างเก็บน้ำชลประทานห้วยโทง โดยปกติมี 3 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูหนาวและฤดูฝน สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่บรรยากาศดี เหมาะแก่การชมพระอาทิตย์ตก และตกปลา

 

แผนธุรกิจชุมชนท่องเที่ยว

หมู่บ้านกุดจิกมีการจัดทําแผนธุรกิจชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เช่น

 แผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าของกลุ่มอาชีพ เช่น ส่งเสริมการลงทะเบียน OTOP การ พัฒนาผลิตภัณฑ์ รูปแบบผลิตภัณฑ์และการขอมาตรฐาน

แผนพัฒนาด้านกายภาพ โครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยว โดย ได้รับงบประมาณเพิ่มเติมจาก กรมการพัฒนาชุมชน ประจําปี 2561 พัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ จุดเช็คอิน และการพัฒนาสินค้า OTOP ให้ได้มาตรฐาน

แผนพัฒนาด้านที่พัก โดยส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกลุ่มโฮมสเตย์ ส่งเสริมให้ความรู้เรื่องการ บริหารจัดการด้านโฮมสเตย์ โดยใช้งบประมาณจากทุนในชุมชน และการสนับสนุนของหน่วยงานต่างๆ

แผนพัฒนาสภาพแวดล้อม ชุมชนมีแผนการกําหนดการพัฒนาหมู่บ้านเป็นประจํา รักษาดูแล สิ่งแวดล้อมในชุมชน ให้แต่ละครัวเรือนดูแลรักษาความสะอาดของบริเวณหน้าบ้านและบริเวณภายในบ้านของตนเอง

แผนพัฒนากิจกรรมบริการนักท่องเที่ยว โดยจัดหานักเล่าเรื่อง ไกด์ มัคคุเทศก์ สําหรับบริการ นักท่องเที่ยว กิจกรรมการเรียนรู้ของนักท่องเที่ยว เช่น การปลูกพืช การทําปุ๋ย การหาหอย ปู ปลาด้วย วิธีการต่างๆ การฝึกทําของฝากของที่ระลึก เป็นต้น

 

การส่งเสริมการท่องเที่ยวและบริการ

หมู่บ้านมีกิจกรรมท่องเที่ยวในชุมชน เช่น การรับชมชุดการแสดงต้อนรับฟ้อนรําภูไท การฟัง การบรรยายวิถีชุมชน ปั่นจักยานชมต้นข้าวบนท้องนาอันเขียวขจี ชมบ้านโบราณที่อนุรักษ์วิถีชีวิตคนอีสานขนานแท้ กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจําหมู่บ้าน ชมวิวทัศนียภาพของบ้านกุดจิก ชมวิถีชีวิต การประกอบอาชีพ การดําเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายและแสนสุข แหล่งผลิตและสาธิตสินค้าผลิตภัณฑ์ และสินค้า OTOP

ด้านการบริการ มีการบริการด้านที่พัก ซึ่งจะมีโฮมสเตย์สําหรับพักรับรองนักท่องเที่ยว ล้อมรอบด้วยธรรมชาติ จํานวน 10 หลัง มีสิ่งอํานวยความสะดวก มีจุดรับนักท่องเที่ยว ที่จอดรถ มีนักเล่าเรื่อง ไกด์ ที่เป็นคนในชุมชน ที่สามารถเล่าเรื่อง ถ่ายทอดเรื่องราวของหมู่บ้านได้ โดยเป็นผู้นําชุมชน เยาวชน และมีการบริการด้านการนวดแผนไทยของกลุ่มนวดแผนไทยไว้บริการให้กับนักท่องเที่ยว

กิจกรรมการท่องเที่ยวและโปรแกรมในการท่องเที่ยว

ในระหว่างเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ ของทุกปี

วันแรก
เข้าบ้านพักโฮมสเตย์
07.00 น. เดินทางถึง วัดโพธิ์ศรี บ้านกุดจิก ต.นาคํา อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร รับประทานอาหารเช้า เก็บสัมภาระ
10.00 น. รับฟังบรรยายวิถีการดําเนินชีวิตวัฒนธรรมชุมชนเผ่าภูไท
11.00 น. ชมบ้านโบราณที่อนุรักษ์วิถีชีวิตของคนสมัยก่อน
12.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง
13.00 น. ทํากิจกรรม workshop “กว่าจะเป็นผ้าขาวม้าทอมืออันเลื่องชื่อ”
16.00 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย (สามารถเดินท่องเที่ยวสํารวจชุมชนได้ตามสบาย ชวนเด็กๆไปเป็นไกด์ได้)
18.00 น. รับประทานอาหารเย็น ก่อกองไฟ ผิงไฟ เผามัน ข้าวจี่ พูดคุยกัน ในบรรยากาศหนาวๆ
19.00 น. รับชมชุดการแสดงต้อนรับฟ้อนรําภูไท
20.00 น. พักผ่อน นอนหลับ ในโฮมสเตย์ ของชาวบ้าน

วันที่สอง
05.00 ตื่นนอน เพื่อเตรียมตัวตักบาตร ข้าวเหนียว
07.00 รับประทานอาหารเช้า
09.00 ทํากิจกรรม workshop “กว่าจะเป็นข้าวฮางทิพย์อร่อยล้ำา ” เรียนรู้กระบวนการผลิตข้าวฮางบ้านกุดจิก ถูกสุขอนามัย มีคุณภาพมาตรฐานจากปราชญ์ชุมชน
12.00 รับประทานอาหารเที่ยง
13.00 ทํากิจกรรม workshop “เอกลักษณ์ผ้าครามกุดจิก ”
16.00 เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงผสมผสาน
18.00 รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สาม
05.00 ตื่นนอน เตรียมตัวตักบาตร
07.00 ปั่นจักยานชมต้นข้าวบนท้องนาอันเขียวขจี ชมวิวทัศนียภาพของบ้านกุดจิก ชมวิถีชีวิต การประกอบอาชีพ
การดําเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายและแสนสุข
08.00 รับประทานอาหารเช้า
10.00 ทํากิจกรรมทําพาขวัญ เพื่อใช้ทําพิธีบายศรี สู่ขวัญแขกบ้านแขกเมือง โดยผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน
12.00 รับประทานอาหารเที่ยง
13.00 เยี่ยมชมวัดป่าโสภณธรรมาราม และกราบสักการะเกจิชื่อดัง พระอาจารย์ชาตรี ปภัสสโร
15.00 ช้อปปิ้งของฝาก ของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์สินค้าต่างๆของชาวบ้านกุดจิก
ค่าใช้จ่าย (โดยประมาณ)
ค่าที่พัก รวมอาหาร 3 มื้อ 800 บาท/ท่าน
ค่าอุปกรณ์ workshop 500 บาท

 

 

โปรแกรมการท่องเที่ยวชุมชน : บ้านกุดจิก

ตามรอยข้าวฮางของ GI ชิมตะโล๊กะปู ที่บ้านกุดจิกมีพื้นที่ปลูกข้าวมากมาย และผลผลิตที่ได้จะนำมาผลิตเป็นข้าวฮาง โดยใช้ชื่อว่า “ข้าวฮางทิพย์” วัตถุประสงค์ในการผลิตข้าวฮางเพื่อบริโภค เนื่องจากคนในสมัยก่อนการผลิตข้าวไม่เพียงพอต่อการบริโภคทั้งปี ก่อนที่จะมีข้าวใหม่ออกมา เกษตรกรอยู่ในภาวะที่ขาดแคลนข้าวเหนียวบริโภค เมื่อข้าวออกรวงเป็นเมล็ดดีประมาณ 85 % ขึ้นไป เกษตรกรจะนำมาผลิตเป็นข้าวฮาง จุดเด่นของข้าวฮาง คือ ข้าวจะหอมเพราะข้าวฮางยังมีน้ำนมข้าวอยู่ ผ่านกรรมวิธีนึ่งแล้วนำไปตากให้แห้งดี ก่อนนำไปสีเป็นข้าวสาร สามารถรักษาคุณค่าทางโภชนาการ และคุณภาพของข้าวให้อยู่ได้มากกว่าขั้นตอนการสีข้าวทั่วไป ซึ่งมีหน่วยงานไปรษณีย์ไทยช่วยยกระดับคุณภาพของข้าวฮางให้ได้รับมาตรฐาน (อย.) ทำให้นำไปสู่การขยายตลาดเป็นสินค้าออนไลน์ เหมาะสำหรับผู้ควบคุมน้ำหนัก ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้า และป้องกันมะเร็งได้ด้วย อีกทั้ง “วิสาหกิจชุมชนข้าวฮางหอมทองสกลทวาปีบ้านนาบ่อ” ได้ประยุกต์ภูมิปัญญาการผลิต “ข้าวฮาง” ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ให้พัฒนามาเป็น “ข้าวฮางหอมทองสกลทวาปี” โดยมีกระบวน การผลิตข้าวฮางหอมทองสกลทวาปี ที่ถูกสุขอนามัย และคุณภาพมาตรฐาน จนกระทั่งได้เป็นสินค้า OTOP ของจังหวัดสกลนคร

อาหารที่นิยมของที่นี่คือ ปูนา โดยนำปูนามาทำเป็นอาหารพื้นถิ่นชนิดหนึ่ง ที่มีชื่อว่า “ตะโล๊กะปู” มีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นคือ “ผ้าขาวม้า” จึงนำมาประยุกต์เป็นท่ารำชื่อว่า “รำผ้าขาวม้า” มีการนำผ้าครามทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ผลิตภัณฑ์ใหม่คือการนำเอาวิธีการเขียนเทียนมาปั๊มเทียนเป็นลายต่างๆ แล้วนำเอาไปย้อมครามจนได้มาเป็น “ผ้าปั๊มเทียนย้อมคราม” แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือ “อ่างเก็บน้ำห้วยม่วง”