ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับบ้านโคกสามัคคี

 

ประวัติความเป็นมา

เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ได้มีการจับจองตั้งบ้านเรือนและที่ทํากินในพื้นที่ โดยการนํามาของผู้นําคือ นายสด สาธุชาติ นายสระ ทัศนพงษ์ นายมา มุงคุล นายคําพา ผายมอญ และนายบล กระพุทธา บ้านโคกสามัคคี เดิมเป็นเขตการปกครองของบ้านโพนสวาง และต่อมาเมื่อปี ๒๕๑๖ ได้แบ่งแยกการปกครองเป็นหมู่บ้านใหม่ที่มีชื่อ ว่าบ้านโคกสามัคคี มีนายพุทธ มาสู่ เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก นายเบาะ ฃพรมกสิกร และ นายทองแสง กะพุทธา ในสมัยปัจจุบันตามลําดับ

บ้านโคกสามัคคี เดิมที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีความแห้งแล้ง และเป็นหมู่บ้านที่ขาดโอกาสในการใช้ น้ำจากเขื่อนน้ำอูนเขื่อนน้ำอูน ซึ่งเป็นเขื่อนดินกั้นแม่น้ำอูน ตั้งอยู่ในอ.พังโคน จ.สกลนคร ห่างจากตัวจังหวัด ประมาณ ๕๔ กิโลเมตร เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๑ ตัวเขื่อนสร้างเสร็จ พ.ศ. ๒๕๑๗ งานระบบส่งน้ำเสร็จ พ.ศ. ๒๕๒๔ โดยตัวเขื่อนน้ำอูน มีความสูง ๒๙.๕๐ เมตร สันเขื่อนยาว ๓,๐๐๐ เมตร เก็บน้ำได้ ๕๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้ประโยชน์เพื่อการเพาะปลูกในฤดู ๑๘๕,๘๐๐ ไร่ ในฤดูแล้ง ๖๓,๐๐๐ ไร่และช่วยบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำอูน ทั้งนี้หมู่บ้านนี้ต้องใช้เส้นทางลูกรังจากถนนใหญ่เข้ามาในหมู่บ้านเป็นระยะทาง ๓ กิโลเมตร ปัญหาดั้งเดิมคือเป็นพื้นที่ราบลุ่ม เมื่อมีฝนตกน้ำจึงไหลไปหมด และเมื่อถึงฤดูแล้งก็ไม่มีน้ำทําการเกษตร ทาง นพค.๒๖ จึงได้เข้ามาช่วยพัฒนา เพราะภาคอีสานเป็นภาคที่แห้งแล้งหนัก แต่ขณะนี้หมู่บ้านเริ่มเขียวขึ้น อีกทั้งในฤดูแล้ง หากไม่มีการเกษตรทําก็ยังมีอาชีพเสริม ปัจจุบันหมู่ ๘ บ้านโคกสามัคคี มีอ่างเก็บน้ำ ๕๐ ไร่ โดยได้รับงบประมาณส่วนหนึ่งจาก บก.ทท.และส่วนหนึ่งจากการรวบรวมเงินของชาวบ้านจัดซื้อที่ดินจนทําเป็นอ่างเก็บน้ำของหมู่บ้าน ตนยืนยันว่าบ้านโคกสามัคคีจะเดินตามรอยเท้าพ่อด้วยความพอเพียง สามารถพึ่งพาตนเองได้ และมีความรักความสามัคคี เพื่อคงความเป็นชุมชนอีสานดังเดิมให้ได้


ขณะที่นายทองแสง กะพุทธา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๘ บ้านโคกสามัคคี ต.ต้นผึ้ง อ.พังโคน จ.สกลนคร กล่าว ว่า หมู่บ้านเรามีประชากร๑๖๘ ครัวเรือน จํานวน ๗๖๘ ราย สภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม เมื่อเข้าฤดูฝนน้ำไหลหลาก และฤดูแล้งก็แล้งจัด มีที่อยู่อาศัย ๒๐๐ ไร่ ชาวบ้านประกอบอาชีพทํานาและรับจ้างทั่วไป เดิมทีมีความลําบาก ยากจนเนื่องจากเกษตรกรทํานาได้เพียง ๑ ฤดูกาลเท่านั้น แต่ได้รับโอกาสจาก นพค.๒๖ โดยเมื่อปี ๒๕๓๗ ได้ขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ ทําให้ชาวบ้านสามารถปลูกพืชในฤดูแล้งได้ พร้อมกับนําโครงการหมู่บ้านตัวอย่างตาม

รอยเท้าพ่อมาปฏิบัติ ทําให้ชาวบ้านมีความสุขด้วยการนําโครงการเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาปรับใช้ จากเดิมที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไปทํางานต่างถิ่น ตอนนี้ก็กลับมาอยู่บ้าน ทําให้ลดปัญหาการอพยพแรงงานได้เป็นอย่างดี

ชาวบ้านไม่ได้คิดแค่ว่าทางทหารนํางบประมาณมาให้ แล้วจะนั่งดูเพียงอย่างเดียว แต่ชาวบ้านได้ช่วยกันทําอ่างเก็บน้ำ สิ่งที่ได้อย่างแรกคือหมู่บ้านเรามีความรักความสามัคคี ปรับแต่งภูมิทัศน์หมู่บ้าน มีความ สะอาด ปลูกพืชผักสวนครัวและดําเนินการตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทุกประการ รวมถึงยังเห็นได้ว่าชาวบ้านส่วนหนึ่เริ่มทยอยกลับบ้านเกิด เพราะไปทํางานเมืองหลวงได้เงิน แต่ไม่มีความสุข จึงคิดกลับมาอยู่กับครอบครัว อย่างไรก็ตามเราจะต่อยอดเพื่อทําโครงการดังกล่าวนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพื่อความยั่งยืนในการพัฒนาที่ดินที่มีขนาดเล็กแต่ให้เกิดมูลค่าสูงสุด” ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๘ บ้านโคกสามัคคี กล่าว
ด้านนายนิกร วงศ์พุทธา ชาวบ้านหมู่ ๘ บ้านโคกสามัคคี กล่าวว่า ชุมชนเราจากเดิมทีเคยแห้งแล้ง เมื่อ การนี้ก็เริ่มเพาะปลูกได้มากขึ้น เดิมที่ชาวบ้านจะทํานาเพียงอย่างเดียว แต่ตอนนี้มีการเพาะปลูกพืชผัก รวมด้วย รวมถึงแม่บ้านยังมีอาชีพเสริมที่สร้างรายได้ให้กับตัวเอง เช่น การจักสานตะกร้า เดิมทีชาวบ้านจะนิยมกันไปขายแรงงานในเมืองหลวง แต่เมื่อเริ่มมีโครงการก็กลับมาอยู่บ้านแล้วครึ่งต่อครึ่ง ส่วนเรื่องรายได้ก็มีพอสมควรพออยู่พอกินตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง น้ำในอ่างเก็บน้ำเป็นของส่วนรวม อย่างไรก็ตามมีความภูมิใจที่หมู่บ้านเราถือเป็นหมู่บ้านตัวอย่าง โดยมีหมู่บ้านอื่นๆ เข้ามาศึกษาดูงานต่อเนื่อง

 

ครูภูมิปัญญาในชุมชน

1.คุณแม่ทองจันทร จำปา ด้านทอผ้า
2.นาวสาวเกตุมณี ก้อนกั้น ด้านจักสาน
3.คุณแม่นภา ยนต์พันธ์ ด้านตะกร้าสาน ลายประสาทผึ้งผังเมืองสกล
4.คุณแม่ทองจันทร์ พรหมกสิกร ด้านจักสาน

เบอร์ติดต่อ : นายทองแสง กะพุทธา ๐๘๔-๓๙๒๒๔๗๖