ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับบ้านน้ำพุ

คำขวัญหมู่บ้านน้ำพุ

หมู่บ้านเกษตรแนวใหม่          ผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ดี
มีน้ำพุธรรมชาติ                      รอยพระบาทบูชา
งามตาท่านางอาบ                  ธรรมชาติริมฝั่งหนองหาร
กังวานดนตรีพื้นเมือง             ลือเรื่องเมืองตำนานอุรังคะธาตุ

ความเป็นมาของบ้านน้ำพุ

บ้านน้ำพุ มีชื่อเรียกว่า บ้านน้ำพุ เพราะมีการขุดพบตาน้ำ “ตาน้ำ” ที่มีลักษณะผุดขึ้นมาตลอดเวลา โดยมีลักษณะเหมือนแร่ธาตุที่ไหลมารวมกันเป็นเกล็ดที่ขุดพบในบ่อน้ำบาดาลลึก 12 เมตร ซึ่งน้ำในบ่อแห่งนี้บริสุทธิ์ไม่มีสีไม่มีกลิ่น จึงได้ชื่อว่า “บ้านน้ำพุ” ทั้งนี้แต่เดิมชื่อว่าบ้านซ่งน้ำพุ (ทรงน้ำพุที่เป็นตำนานเชื่อมโยงกับตำนานอุรังคนิทาน) แล้วเปลี่ยนมาเป็นบ้านน้ำพุ ซึ่งชุมชนของบ้านน้ำพุเป็นชุมชนที่อพยพมาจากบ้านเชียงขวาง จังหวัดเลย
ทั้งนี้ บ้านน้ำพุยังมีตำนานรอยพระพุทธบาทของบ้านน้ำพุที่ถูกกล่าวเชื่อมโยงกับตำนานอุรังคนิทาน ความว่า เป็นน้ำพุที่เกิดขึ้นเองแต่โบราณตามธรรมชาติตามวันประสูติของท้าวสุระอุทกโอรสเจ้าขุมขอมเกิดมีอัศจรรย์ขึ้น สองประการดังนี้
พระขรรค์คู่กายและน้ำแห่งนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน เจ้ายาสุระอุทกเกิดขึ้นปกครองเมืองแล้วได้ทำสงครามกับพระยานาคเพราะเหตุไม่พอใจที่ปู่เจ้าขุมขอมแห่งอินทรปัธนศรได้ตั้งให้ธนมูลนาคซึ่งเป็นสัตว์เดรัจฉานเป็นผู้รักษาเขตแดน ธนมูลนาคมีความแค้นจึงได้นำพลนาคมาถล่มจนน้ำกลายเป็น”หนองหาร”ดังที่เห็นในปัจจุบัน ส่วนท้าวภิงคารและเท้าคำแดงของพระยาสุระอุทกได้นำไพร่พลที่เหลือตายไปหาที่ตั้งเมืองขึ้นใหม่ทางฝั่งตะวันตกซึ่ง ณ แห่งนั้นคือสุวรรณนาคผู้รักษารอยพระพุทธบาทที่ประทับไว้บนหินพระยาสุวรรณภิงคาร จึงได้สร้างเมืองหนองหารขึ้นเมื่อ พระสมณะโคดม ได้เสด็จมาถึงเมืองนี้เพื่อประทับรอยพระพุทธบาทเป็นองค์ที่ 4 บนก้อนศิลาเพื่อทับรอยเดิมได้แสดงปาฏิหาริย์ให้เห็นดวงแก้วออกมาจากพระโอษฐ์ 4 ดวง แล้วแสดงพระธรรมเทศนาโปรดเจ้าเมืองและบริวาร พระยาสุวรรณภิงคารมีศรัทธาจึงได้สร้างถวายครอบพระเศียรที่ทำด้วยทองคำครอบพระพุทธบาทแล้วสร้างอุโมงค์ไว้ที่นั้น ซึ่งคือเจดีย์พระธาตุเชิงชุมในปัจจุบันและพร้อมกันนั้นพระพุทธเจ้ายังเสด็จมาประทับรอยพระพุทธบาทไว้บนแผ่นศิลาทางภาคตะวันออกของหนองหารเป็นคู่กันด้วยซึ่งปรากฏในอุรังคนิทานที่ซ่งน้ำพุและตามโบราณประเพณีเจ้าเมืองหนองหารหลวงก็มาสรวงน้ำที่น้ำพุแห่งนี้ในวันสงกรานต์ของทุกๆปี ซึ่งตำนานดังกล่าวถูกเล่าขานสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
เป็นหมู่บ้านที่ชาวบ้านอพยพมาจากบ้านซ่งน้ำพุเก่า ( บ้านร้างในปัจจุบัน ) ซึ่งอยู่ตรงข้ามห้วยน้ำพุมาทางฝั่งตะวันออกของลำห้วย เมือปี พ.ศ. 2483 มีนายสุ พองดวง , นายพิมพ์ พรมดม, นายวันวงศ์ มีแก้ว , นายนิล ดวงเคน เป็นผู้มาก่อตั้งครั้งแรก สาเหตุที่อพยพมาก่อตั้งบ้านใหม่เพราะเมือปี พ.ศ. 2432 ได้เกิดโรคระบาดขั้นในหมู่บ้าน มีผู้คนล้มตามเป็นจำนวนมาก ตายครัวเรือนละสองคนแทบทุกหลังคาเรือน ที่เหลือยังไม่ตายจึงพากันไปอยู่ตามหัวไร่ปลายนา ปล่อยให้บ้านเรือนรกร้างว่างเปล่าตามลำพัง พอสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว ไม่มีใครกล้าเข้าไปอยู่ในบ้านของตนอีก เพราะกลัวตาย ทำให้ชาวบ้านน้ำพุแตกออกเป็นสามก๊ก สามเหล่า

สภาพทั่วไปของหมู่บ้าน

บ้านน้ำพุ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอเมือง และอยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอโพนนาแก้ว
พื้นที่โดยทั่วไปของบ้านน้ำพุ จะล้อมรอบด้วยทุ่งนา เป็นที่สูงและลาดชัน จากทิศตะวันออกสู่ทิศตะวันตก สู่แอ่งหนองหาร สภาพดินเป็นดินร่วนปนหินลูกรัง มีการระบายน้ำได้ดีไม่อุ้มน้ำ จึงเป็นสาเหตุให้ในฤดูแล้งจะมีสภาพแห้งแล้งมาก ทำให้ขาดแคลนน้ำในลำห้วยก็จะขาดแคลน มีน้ำบางแห่งเท่านั้น

อาณาเขต

บ้านน้ำพุมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 2,370 ไร่ แบ่งเป็น
พื้นที่ของหมู่บ้าน 500 ไร่ พื้นที่ทางการเกษตร จำนวน 1,870 ไร่

ทิศตะวันออก ติดกับตำบลนาตงวัฒนา
ทิศตะวันตก ติดกับหนองหาร
ทิศเหนือ ติดกับบ้านแป้น ตำบลบ้านแป้น
ทิศใต้ ติดกับบ้านท่าศาลา ตำบลบ้านแป้น

ครัวเรือนและประชากรของหมู่บ้าน

ปัจจุบันบ้านน้ำพุมีจำนวนครัวเรือน 285 ครัวเรือน มีประชากรจำนวน 797 คน หญิง 411 คน ชาย 386 คน

อาชีพหลัก

ทำนา
เลี้ยงสัตว์
ทำการประมง
แปรรูปผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่
รับจ้างทั่วไป
ค้าขาย
แต่เนื่องจากสภาพแห้งแล้ง ทำให้ขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตรนอกฤดู ซึ่งเป็นสาเหตุให้ไม่สามารถทำการเกษตรได้อย่างเต็มที่ พืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้ให้กับชาวบ้านนอกจากข้าวแล้ว ยังมีมะเขือเทศ และในปี 2548 ชาวบ้านยังมีการตั้งกลุ่มทำการปลูกข้าวโพดหวาน เพื่อส่งบริษัท มาลี สามพราน และปลูกถั่วลิสง เพื่อส่งให้กับบริษัทแม่รวยการเกษตร ซึ่งคาดว่าจะเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่จะสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน

สถานที่สำคัญที่ชุมชนของหมู่บ้าน/ชุมชน

ดอนปู่ตา
น้ำพุธรรมชาติ
รอยพระพุทธบาทจำลอง

ข้อมูลด้านแหล่งน้ำและการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำจากธรรมชาติ

บ่อน้ำบาดาล เพื่อใช้ในครอบครัว 158 บ่อ
บ่อส่วนตัว 150 บ่อ
บ่อสาธารณะ 8 บ่อ ( สภาพใช้การได้ 6 บ่อ ใช้การไม่ได้ 2 บ่อ )

แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร 35 บ่อ
บ่อส่วนตัว 33 บ่อ
บ่อสาธารณะ 2 บ่อ
นอกจากนี้ยังมีคลองส่งโดยโรงสูบน้ำพลังงานไฟฟ้าจากบ้านท่าศาลาอีกส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังคงไม่เพียงพอต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรมในฤดูแล้ง ชาวบ้านจึงได้เรี่ยไรเงินเพื่อจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงในการขุดคลองรอบบริเวณริมฝั่งหนองหาร เพื่อที่จะนำน้ำจากหนองหารมาทำการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ส่วนเครื่องจักรกลได้ขอการรับสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งใช้งบประมาณในการจัดซื้อน้ำมันทั้งหมดเป็นเงิน 36,700 บาท

สภาพป่า

โดยทั่วไปเป็นป่าเต็งรัง ไม้แดง และป่าเบญจพรรณ ส่วนใหญ่จะเป็นพุ่มไม้เตี้ย และหญ้าขั้นปกคลุมทั่วไป

สภาพภูมิอากาศ

สภาพภูมิอากาศเป็นแบบร้อนชื้น มี 3 ฤดูกาล ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว

ทรัพยากร/สิ่งแวดล้อม

ทรัพยากรป่าไม้ พื้นที่ส่วนใหญ่ของหมู่บ้านเป็นป่า สัดส่วนของป่าต่อเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 2/3 แต่ปัจจุบันพื้นที่ป่าถูกทำลายมากขั้น เนื่องจากชาวบ้านต้องการทำการเกษตรและที่อยู่อาศัย

สัดส่วนการพึ่งพิงของประชากร

เป็นสัดส่วนการพึ่งพิงระหว่างจำนวนบุคคลในครัวเรือนทั้งหมดและผู้ที่ไม่มีรายได้ของครัวเรือน คือ บุคคลภายในครัวเรือนที่ไม่ได้อยู่ในวัยทำงาน ( ผู้ที่อายุน้อยกว่า 15 ปี ) รวมถึง

บุคคลที่ไม่ได้รับรายได้ เช่น คนแก่ คนพิการ ฯลฯ ไม่ว่าจากแหล่งรายได้ใด ๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาวะความเป็นอยู่ของครัวเรือน ซึ่งสัดส่วนการพึงพาของประชากรในหมู่บ้านน้ำพุมีอยู่ประมาณ 2 ใน 4 ถึงแม้นครัวเรือนส่วนใหญ่ยังไม่อยู่ในฐานะที่ช่วยเหลือตนเองได้ แต่บางครั้งก็ยังขาดเหลือปัจจัยบางอย่าง ที่ยังต้องการขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐ เช่น งบประมาณหรือเงินทุนในการประกอบอาชีพ การรวมกลุ่ม ความรู้ในการประกอบอาชีพต่าง ๆ เช่น การผลิตปุ๋ยชีวภาพ การส่งเสริมอาชีพ ถ้าได้รับความช่วยเหลือและให้ความรู้ต่าง ๆ ในการประกอบอาชีพ ก็จะทำให้ประชาชนพึ่งพิงตัวเองและสามารถช่วยเหลือตัวเองมากยิ่งขั้น เพราะครัวเรือนทุกครัวเรือนในหมู่บ้าน จะมีที่อยู่และทำกินเป็นของตัวเอง ถ้าประชาชนรู้แนวทางในการดำเนินชีวิตแบบพอเพียงก็จะทำให้ประชาชนมีวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขั้น และไม่เพิ่มภาระหนี้สินให้กับตัวเอง

บุคคลที่ไม่ได้รับรายได้ เช่น คนแก่ คนพิการ ฯลฯ ไม่ว่าจากแหล่งรายได้ใด ๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาวะความเป็นอยู่ของครัวเรือน ซึ่งสัดส่วนการพึงพาของประชากรในหมู่บ้านน้ำพุมีอยู่ประมาณ 2 ใน 4 ถึงแม้นครัวเรือนส่วนใหญ่ยังไม่อยู่ในฐานะที่ช่วยเหลือตนเองได้ แต่บางครั้งก็ยังขาดเหลือปัจจัยบางอย่าง ที่ยังต้องการขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐ เช่น งบประมาณหรือเงินทุนในการประกอบอาชีพ การรวมกลุ่ม ความรู้ในการประกอบอาชีพต่าง ๆ  เช่น การผลิตปุ๋ยชีวภาพ การส่งเสริมอาชีพ ถ้าได้รับความช่วยเหลือและให้ความรู้ต่าง ๆ ในการประกอบอาชีพ ก็จะทำให้ประชาชนพึ่งพิงตัวเองและสามารถช่วยเหลือตัวเองมากยิ่งขั้น เพราะครัวเรือนทุกครัวเรือนในหมู่บ้าน จะมีที่อยู่และทำกินเป็นของตัวเอง ถ้าประชาชนรู้แนวทางในการดำเนินชีวิตแบบพอเพียงก็จะทำให้ประชาชนมีวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขั้น และไม่เพิ่มภาระหนี้สินให้กับตัวเอง

ข้อมูลของผู้นำชุมชน/การบริหาร

ผู้ใหญ่บ้าน
นายวุฒิพร ดวงเคน

ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
นายเรืองชัย ปุ่งคำน้อย
นางสาววรพิชชา พรมดม

การแบ่งคุ้มบ้านน้ำพุ แบ่งเป็น 7 คุ้ม

คุ้มเกษตรสมบูรณ์           หัวหน้าคุ้ม นายสวมดี พรมดม
คุ้มตะวันรอน                    หัวหน้าคุ้ม นางหงจักร เหล่าลำลา
คุ้มอุดมทรัพย์                  หัวหน้าคุ้ม นายเลี้ยน พรมดม
คุ้มธรรมรักษา                  หัวหน้าคุ้ม นายหวาน พองดวง
คุ้มบูรภาภิรมย์                 หัวหน้าคุ้ม นายธงชัย วงศ์มีแก้ว
คุ้มบ้านน้อย(บ้านคูแกว) หัวหน้าคุ้ม นายบัวไล บรรทมจิตร
คุ้มประชาสุขสันต์            หัวหน้าคุ้ม นายเตียม ปุ่งคำน้อย

ข้อมูลกลุ่ม/องค์การชุมชน

กลุ่มฌาปณกิจหมู่บ้าน
กลุ่มกองทุนหมู่บ้าน(เงินล้าน)
กลุ่มออมทรัพย์
การทำขนม
กลุ่มทำลวดหนาม
กลุ่มกองทุนปุ๋ย
กลุ่มเลี้ยงเป็ดเนื้อ
กลุ่มเลี้ยงจิ้งหรีด
กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่
กลุ่มหมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชน
กลุ่มทอผ้า